นายภาคิน แสนรัง อายุ16ปีนักเรียนชั้น ม.5 กล่าวว่า สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง โดยเมื่อวันที่20กรกฎาคม2563ที่ผ่านมา ขณะที่ตนเลิกแถว มีครูผู้ชายฝ่ายปกครองเรียกให้ไปหา บอกว่าทรงผมรองทรงที่ตัดอยู่ผิดระเบียบ ให้ไปตัดแก้มาใหม่ ซึ่งตนก็ถามว่าให้แก้เป็นทรงอะไร แต่ครูกลับบอกว่าไม่ต้องมาเถียง และพูดว่าตบนักเรียนก่อนเกษียณดีไหม จากนั้นครูฝ่ายปกครองก็ได้ตบเข้าที่ใบหน้าและหูของตน 1 ครั้ง จนหูเอื้อ หลังเกิดเหตุได้ไปถามผู้อำนวยการโรงเรียนว่าการกระทำดังกล่าวรุนแรงไปหรือไม่ และกลับไปที่บ้านและเล่าเหตุการณ์ให้แม่ฟัง
ด้าน น.ส.อุ่นเรือน แสนรัง อายุ37ปี แม่นายภาคิน แสนรัง อายุ16ปีนักเรียนชั้น ม.5 กล่าวว่า หลังเกิดเหตุตนได้พาลูกชายไปตรวจร่างกาย เนื่องจากมีอาการหูอื้อ และปากแตก พร้อมกับเข้าลงบันทึกแจ้งความไว้ที่สภ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ และโพสต์ในเฟชบุ๊ค ก่อนที่ต่อมาจะมีการติดต่อกับผู้บริหารและครูที่ตบบ้องหูและหน้าลูกชาย เพื่อพูดคุยกัน ซึ่งก่อนหน้านี้ทางครูบอกว่าจะจ่ายเงินทำขวัญให้กับเด็กจำนวน 3,000 บาท แต่อยู่ๆกลับยกเลิกการพูดคุย และบอกว่าจะไม่คุยหรือเจรจาอีกต่อไป เพราะตนไปโพสต์เฟชบุ๊คก่อน และล่าสุดได้ครูคนดังกล่าวได้ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกับตนเป็นเงิน 300,000 บาท
น.ส.อุ่นเรือน กล่าวอีกว่า เรื่องดังกล่าวตนอยากขอความเป็นธรรม เนื่องจากกระทำของครูนั้นเป็นการทำที่รุนแรงหรือเกินกว่าเหตุหรือไม่ซึ่งลูกชายอยู่ชั้น ม.5 ได้ตัดผมรองทรง ซึ่งจริงๆแล้วก็เป็นไปตามที่กระทรวงออกมาอย่างถูกต้อง แต่ถ้าหากผิดระเบียบจริงๆครูก็ไม่น่าจะลงโทษทำรุนแรงโดยการตบเข้าไปหน้าและบ้องหูเด็ก น่าจะตักเตือนก่อน หรือจะลงโทษโดยการทำทัณฑ์บน ตัดคะแนนความประพฤติหรือทำกิจกรรมเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก็ได้ ไม่ควรที่จะรุนแรงเช่นนี้ ซึ่งหลังเกิดเหตุนอกจากจะไม่มีการพูดคุยแล้วยังมีการฟ้องร้องครอบครัวของตนที่ถูกกระทำอีกด้วย อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวตนได้เข้าขอความเป็นธรรมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว
ขณะที่นายสุรพล กันอุปปัด ครูฝ่ายปกครองโรงเรียนเขาวงพิทยาคาร อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ ระบุว่า ทางโรงเรียนมีกฎระเบียบกำหนดไว้ชัดเจนว่าเด็กนักเรียนชายจะต้องไว้ผมลองทรง อีกทั้งโรงเรียนมีชื่อเสียงในเรื่องกฎระเบียบ รวมไปถึงด้านวิชาการ มีผลงานด้านการจัดการเรียนการสอนดีเด่น