เนชั่นทีวี

ข่าว

แรมซาร์ไซด์แม่น้ำสงคราม

13 ส.ค. 2563 | kavintra_chi

แรมซาร์ไซด์แม่น้ำสงคราม

ขึ้นทะเบียนพื้นที่ชุมน้ำแม่น้ำสงครามที่มีความสำคัญระหว่างประเทศลำดับ15ของประเทศไทย พบเป็นแหล่งอพยพเพื่อผสมพันธุ์วางไข่ของพันธุ์ปลาจากแม่น้ำโขงในช่วงฤดูน้ำหลาก พบความหลากหลายของพันธุ์ปลาถึง 124 ชนิด

เมื่อเวลา10.00น.วันที่13ส.ค. 63 นายสมชาย ชำนิ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ร่วมพิธีมอบใบประกาศรับรองพื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำสงครามตอนล่าง จ.นครพนม ที่ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ หรือRamsar site # 2420 โดยนางรวีวรรณ ภูริเดช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม,CEOธนาคารHSBC,CEO WWF Thailandและแขกผู้มีเกียรติ มีหน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันศึกษาและผู้นำชุมชนในพื้นที่แม่น้ำสงครามตอนล่าง ร่วมให้การต้อนรับนายยิ่งยง วิทยานานันท์ ผู้บริหารฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ WWF Thailandกล่าวว่า การสนับสนุนงบประมาณแก่องค์กร เพื่อดำเนินงานโครงการฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำสงครามตอนล่าง และการเสนอขึ้นทะเบียนRamsar siteเป็นอันดับที่15ของประเทศไทย มีสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดนครพนม สนับสนุนการดำเนินงาน ตลอดจน ธนาคารHSBC ที่สนับสนุนงบประมาณจัดการทรัพยากรน้ำจืดและพื้นที่ชุ่มน้ำ แม่น้ำสงครามตอนล่าง ระยะทาง 92 กิโลเมตร ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ
 

แม่น้ำสงครามตอนล่าง ขึ้นทะเบียนเป็นแรมซาร์ไซต์ ลำดับที่2420ของโลก ลำดับที่15ของประเทศไทย เนื้อที่5,504.5เอกตาร์ โดยมีหลักเกณฑ์พิจารณา:1,2,3,4,7,8และด้วยความสำคัญที่ทำให้ลุ่มน้ำสงครามตอนล่าง ได้ขึ้นทะเบียนเป็นแรมซาร์ไซต์ เพราะมีระบบนิเวศที่มีความสำคัญและเป็นเอกลักษณ์ที่มีความหายาก(เกณฑ์1)ได้แก่ป่าบุ่งป่าทามผืนใหญ่ มีความสำคัญในเชิงความหลากหลายทางชีวภาพของชนิดพันธุ์พืชและสัตว์ในระบบนิเวศ เป็นแหล่งที่อยู่ของพันธุ์ปลาน้ำจืด ซึ่งบางชนิดอยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ เนื่องจากตลอดลำแม่น้ำโขงของไทย ไม่มีป่าบุ่งป่าทามให้ปลาได้ใช้เป็นสถานที่อนุบาลสัตว์น้ำ และในลำน้ำสาขาของแม่น้ำโขง จะมีป่าบุ่งป่าทามอยู่ในลุ่มน้ำสงครามตอนล่างเพียงแห่งเดียวเท่านั้น จึงเป็นเสมือนมดลูกของพันธุ์สัตว์น้ำทุกชนิด เป็นแหล่งประมงพื้นบ้านที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหารของคนในพื้นที่ ตลอดจนเป็นแหล่งอพยพเพื่อผสมพันธุ์วางไข่ของพันธุ์ปลาจากแม่น้ำโขงในช่วงฤดูน้ำหลาก (เกณฑ์7และ8)พบความหลากหลายของพันธุ์ปลาอย่างน้อย124ชนิด พันธุ์พืช208ชนิด รวมทั้งมีความสำคัญในเชิงวัฒนธรรมและเศรษฐกิจอนุสัญญาแรมซาร์ (Ramsar Convention)หรืออนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศได้ถูกกำหนดและตั้งชื่อตามชื่อสถานที่จัดให้มีการประชุมเพื่อรับรองอนุสัญญา เมื่อวันที่2กุมภาพันธ์2514ณ เมืองแรมซาร์ ประเทศอิหร่าน อนุสัญญาดังกล่าวเป็นข้อตกลงระหว่างรัฐบาล ซึ่งกำหนดกรอบการทำงานสำหรับความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยที่เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำอันเป็นการอนุรักษ์ถิ่นที่อยู่อาศัยของนกน้ำ

แรมซาร์ไซด์แม่น้ำสงคราม

ต่อมาขอบเขตการดำเนินการของอนุสัญญาฯได้ขยายครอบคลุมกว้างขึ้น โดยเน้นการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ชุ่มน้ำอย่างชาญฉลาดในทุกๆด้าน ตลอดจนเพื่อยับยั้งการสูญหายของพื้นที่ชุ่มน้ำในโลก โดยมีพันธกิจที่สำคัญในการดำเนินงานระดับชาติ โดยความร่วมมือระดับนานาชาติเพื่อก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกภูมิภาคของโลก โดยอนุสัญญา มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่21ธันวาคม พ.ศ.2514และเพื่อให้เกิดความตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของพื้นที่ชุ่มน้ำ จึงได้กำหนดให้ทุกวันที่2กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก ประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาแรมซาร์เป็นลำดับที่110มีพื้นที่ชุ่มน้ำ ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นแรมซาร์ไซต์ (RamsarSite) เฉพาะพื้นที่ภาคอีสาน คือ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงโขงหลง บึงกาฬ กุดทิง บึงกาฬ และแม่น้ำสงครามตอนล่าง นครพนม

แรมซาร์ไซด์แม่น้ำสงคราม

ข่าวล่าสุด