(12 สิงหาคม 2563) นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กรุงเทพ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมายยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เปิดโปงกลางที่ประชุมคณะอนุ กมธ. แผนงานบูรณาการ 2 เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ระบุมีการเรียกรับเงิน 5 ล้านบาท เพื่อแลกกับการผ่านงบประมาณนั้น ซึ่งเรื่องดังกล่าวสร้างความเสื่อมเสียให้กับสภาฯ เป็นอย่างมากทั้งนี้จึงต้องค้นหาความจริงให้กระจ่าง ว่าเรื่องราวเป็นอย่างไรมีตัวละคนใดเข้าไปเกี่ยวข้องบ้าง อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลมีหลักฐานยืนยันคำกล่าวอ้างของตัวเองหรือไม่ ซึ่งในการประชุม กมธ. ส่วนตัวจะขอมติที่ประชุม เพื่อสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ และเรียกนายศักดิ์ดา มาชี้แจงในสัปดาห์หน้า"เราตั้งชื่อสภาฯแห่งนี้ว่า สัปปายะสภาสถาน สัปปายะ แปลว่า สบาย ในทางธรรม หมายถึง สถานที่ประกอบแต่กรรมดี ถ้ามีคนใช้สภาฯประกอบกรรมชั่วจริง คนๆนั้น ก็ต้องได้รับผลจากกรรมที่ตัวเองกระทำลงไป จะปล่อยผ่านไปไม่ได้ เพราะเรื่องนี้มีเกียรติยศของฝ่ายนิติบัญญัติเป็นเดิมพัน เราต้องสะสางบ้านตัวเองให้สะอาด จึงจะเป็นตัวแทนปวงชนได้อย่างเต็มภาคภูมิ เพราะจะให้กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯสอบกันเอง ผมก็คิดว่าไม่เหมาะ เนื่องจากเป็นผู้มีส่วนได้เสีย" นายสิระ กล่าวอย่างไรก็ตาม กมธ.กฎหมายฯ ถือเป็นคนกลางไม่มีส่วนได้เสียกับใคร จะหาความจริงเพื่อจัดการกับแกะดำ เพราะสภาฯเป็นสถานที่ออกกฎหมาย สะท้อนถึงปัญหา บรรเทาทุกข์ให้ประชาชน ไม่ใช่สถานที่ทำมาหากินของใคร และเรื่องนี้ไม่คิดว่าจะใช้เวลานานเพราะหากอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล มีหลักฐานบันทึกเสียงการสนทนา ก็จะเป็นการมัดตัวผู้กระทำผิดของอนุ กมธ. คนดังกล่าว แต่ถ้าไม่มีหลักฐานเป็นการกล่าวอ้างลอย ๆ ก็ต้องระบุตัวบุคคลให้ชัดว่า ใครเป็นผู้เรียกรับเงิน เพื่อหาความจริงทั้งสองด้าน เพราะเรื่องนี้ยิ่งปล่อยให้นานออกไป ก็ยิ่งกระทบต่อภาพลักษณ์ของสภาฯ