ด้าน น.สพ.วิวัฒน์ พงษ์วิวัฒนชัย อุปนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กล่าวว่า การปล่อยข่าวลวงครั้งนี้ คาดว่าจะเกิดจากขบวนการปั่นป่วนอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ โดยเฉพาะในช่วงที่ทุกภาคส่วนกำลังร่วมกันแก้ปัญหาราคาเนื้อสุกร เพื่อหวังให้ผู้บริโภคเกิดความวิตกกังวลจนเลิกบริโภคเนื้อหมู ทำให้ราคาหมูตกลงอีก คนกลุ่มนี้ถือเป็นผู้ไม่หวังดี และจ้องปล่อยข่าวลวงเพื่อทำลายอุตสาหกรรมหมู ขณะที่จากประวัติการตรวจโรคทุกพื้นที่ที่มีการเลี้ยงหมูทั่วไทย ไม่เคยพบโรคนี้ตั้งแต่เริ่มเลี้ยงหมูมาเป็น 100 ปี ตั้งแต่ปี 2461 เป็นต้นมา ที่สำคัญประเทศไทยยังประสบความสำเร็จสามารถป้องกันโรค ASF ได้เป็นเวลาเกือบ 2 ปี นับเป็นความสำเร็จระดับภูมิภาค ช่วยปกป้องอุตสาหกรรมหมูของไทยมูลค่า 1.5 แสนล้านบาท และยังเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้เนื้อหมูที่ปลอดภัย และไม่ต้องประสบภาวะขาดแคลนเนื้อหมูดังเช่นประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียที่ปริมาณหมูเสียหายจากโรคนี้ จนทำให้ราคาหมูเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว
"เกษตรกรคนเลี้ยงหมูทั่วประเทศขอให้ภาครัฐทั้งกรมปศุสัตว์ และกระทรวงดิจิทัลฯ เร่งหาตัวไอ้โม่งมาลงโทษตามกฎหมาย เพื่อให้ข่าวปลอมนี้หมดไปจากประเทศและไม่กลับมาทำลายอุตสาหกรรมหมูอีกต่อไป เนื่องจากการแชร์ข่าวปลอมนี้สร้างความหวั่นวิตกแก่ประชาชนอย่างมาก ทั้งๆที่รู้ว่าไม่เป็นความจริงแต่ก็ยังจงใจส่งต่อ และยังพบว่ามีการแชร์ต่อเรื่องนี้ทุกปี" น.สพ.วิวัฒน์ กล่าว