สินค้าไทยที่เติบโตดีในสหรัฐฯ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 นี้ (เรียงตามมูลค่าการส่งออก) อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (+29.4%) อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์ และไดโอด (+300.1%) อาหารทะเลแช่แข็งและแปรรูป (+18.7%) ข้าว (+34.3%) หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ (+41.8%) เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน (+147.4%) อาหารสัตว์เลี้ยง (+36.3%) เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (+22.0%) ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น (+17.2%) สำหรับสินค้าไทยที่เติบโตดีในจีน อาทิ ผลิตภัณฑ์ยาง (+37.5%) ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง (+66.2%) เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (+25.3%) รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (+146.3%) ทองแดง (+93.9%) แผงสวิทซ์และแผงควบคุมกระแสไฟฟ้า (+19.9%) ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง (+62.0%) รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ (+195.7%) เป็นต้น ทั้งนี้ นอกเหนือจากความสามารถในการทดแทนสินค้าจีนหรือสหรัฐฯแล้ว การส่งออกสินค้ากลุ่มอาหาร และกลุ่มเครื่องคอมพิวเตอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ขยายตัวดี ยังได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการสินค้าที่ตอบโจทย์ความมั่นคงอาหารหรือพฤติกรรมการท้างานหรืออยู่ที่บ้านของผู้บริโภคในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ด้วย
นางสาวพิมพ์ชนก กล่าวเพิ่มเติมว่า สงครามการค้ายังทำให้เกิดการย้ายฐานการลงทุน (Investment Diversion) หลายรูปแบบ ทั้งการย้ายฐานการผลิตกลับประเทศตัวเองหรือใกล้เคียง (Re-Shoring/Near-Shoring) การย้ายฐานการผลิตเข้าใกล้ตลาด ตลอดจนการย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศใกล้เคียงที่มีศักยภาพ ประเทศไทยเองก็ได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติรวมทั้งสหรัฐฯ และจีนมากขึ้น สะท้อนจากมูลค่าการขอรับการส่งเสริมการลงทุนของต่างชาติในไทยที่เติบโตขึ้นเกือบ 2 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดสงครามการค้า โดยก่อนมีสงครามการค้า (ปี 2560) มูลค่าขอรับการส่งเสริมอยู่ที่ประมาณ 2.8 แสนล้านบาท ขณะที่หลังจากมีสงครามการค้า (ปี 2561 และ 2562) มูลค่าขอรับการส่งเสริมอยู่ที่ประมาณ 5.1 5.4 แสนล้านบาทต่อปี โดยเฉพาะสหรัฐฯ เป็นผู้ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนมากที่สุดในปี 2561 (ร้อยละ 57 ของเงินลงทุนต่างชาติที่ขอรับการส่งเสริมทั้งหมด) ขณะที่จีนเป็นผู้ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนมากที่สุดในปี 2562 (ร้อยละ 52)
กระแสการย้ายฐานการลงทุนที่เกิดขึ้น ยังช่วยส่งเสริมการส่งออกไทย แม้มูลค่าจะยังไม่มาก แต่เห็นแนวโน้มที่บริษัทต่างชาติหลายรายใช้ไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออกได้มากขึ้นตั้งแต่ปี 2561 จากเดิมที่ไม่ส่งออกเลยหรือการส่งออกหดตัว เช่น บริษัทจีนในไทย สามารถส่งออกสินค้ากลุ่มอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ผลิตภัณฑ์ยาง เคมีภัณฑ์ อาหารสัตว์ ผลิตภัณฑ์พลาสติกและผลิตภัณฑ์ไม้ เพิ่มขึ้น ขณะที่บริษัทสหรัฐฯ ส่งออก ยานพาหนะและส่วนประกอบ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ของใช้ในบ้าน/ออฟฟิศและอุปกรณ์อื่นๆ เพิ่มขึ้น