เนชั่นทีวี

ข่าว

วันนี้ 14 จังหวัด เตรียมรับมือน้ำป่าไหลหลาก -น้ำล้นตลิ่ง

08 ส.ค. 2563 | pantipa_jit

วันนี้ 14 จังหวัด เตรียมรับมือน้ำป่าไหลหลาก -น้ำล้นตลิ่ง

กระทรวงมหาดไทยโดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประสาน 14 จังหวัด ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เตรียมพร้อมรับมือน้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ในวันที่ 8 ส.ค.63 โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศปริมาณฝน ระดับน้ำ และแนวโน้มสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิดพร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็วเครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยรวมถึงแจ้งเตือนประชาชนติดตามพยากรณ์อากาศ

นายชยพล ธิติศักดิ์อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่ากองอำนวยการป้องกันและบรรเทา          สาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)ได้ติดตามสภาพอากาศและปริมาณฝนสะสมกับกรมอุตุนิยมวิทยาและกองอำนวยการน้ำแห่งชาติพบว่า ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้มีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางพื้นที่กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.)โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) 
จึงได้ประสาน14 จังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เตรียมพร้อมรับมือน้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งในช่วงวันที่ 8 สิงหาคม 2563 แยกเป็น พื้นที่เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก ภาคเหนือ 5 จังหวัด 

ได้แก่ น่าน(อำเภอสองแคว อำเภอปัว อำเภอบ่อเกลืออำเภอเมืองน่าน อำเภอเชียงกลาง อำเภอเวียงสา อำเภอเฉลิมพระเกียรติและอำเภอบ่อหลวง) พะเยา (อำเภอภูซางและอำเภอเชียงคำ) เชียงราย (อำเภอเชียงของ)แม่ฮ่องสอน (อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน) เชียงใหม่ (อำเภอเชียงดาว อำเภอฝาง และอำเภอแม่อาย) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 จังหวัด ได้แก่ ชัยภูมิ (อำเภอเมืองชัยภูมิ) พื้นที่เฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่ง แม่น้ำน่านจังหวัดน่าน (อำเภอท่าวังผาอำเภอเมืองน่าน อำเภอเวียงสา และอำเภอสองแคว) แม่น้ำ          แม่ลาวจังหวัดเชียงราย แม่น้ำป่าสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ (อำเภอหล่มสัก) แม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญและอุบลราชธานี 

รวมถึงสั่งการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยในช่วงดังกล่าวโดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศปริมาณฝน พร้อมวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงและแนวโน้มสถานการณ์ภัยต่อเนื่องตลอด24ชั่วโมงจัดชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต (ERT)รถปฏิบัติการและเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้พร้อมเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันทีอีกทั้งประสานหน่วยงานในพื้นที่ อำเภอองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสร้างการรับรู้และแจ้งเตือนประชาชนให้ทราบสถานการณ์ภัยและแนวทางการปฏิบัติตนอย่างปลอดภัยผ่านทุกช่องทางเช่น สื่อสังคมออนไลน์ วิทยุชุมชน หอกระจายข่าวประจำหมู่บ้านสำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อได้ทางสายด่วนนิรภัย1784ตลอด24ชั่วโมงเพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

ข่าวล่าสุด