บทเรียนครั้งใหญ่ของผู้ประการธุรกิจ ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ที่ได้จากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 นั้น คือ ต้องเตรียมพร้อม ปรับตัวตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินทุน หรือรูปแบบการทำธุรกิจที่เปลี่ยนไป
ขณะเดียวกันจะเห็นว่าในช่วงล็อคดาวน์ และเวิร์คฟอร์มโฮมที่ผ่านมา ธุรกิจที่มีทิศทางการเติมโตสวนทางกับธุรกิจอื่นๆคือการรับ-ส่ง อาหารถึงที่ หรือเดลิเวอลี่
ด้าน บมจ.ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป ผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร 2,200 แห่งใน 26 ประเทศทั่วโลก ก็ประกาศปรับตัวลุยตลาดร้านอาหารครึ่งปีหลัง ด้วยกลยุทธ์ใหม่หลังได้รับบทเรียนจากโควิด19 โดยนายดิลลิป ราชากาเรีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บมจ. ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนลชและรักษาการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไมเนอร์ ฟู้ด เผยว่า ไมเนอร์ ฟู้ด ได้เร่งปรับตัวพัฒนาองค์กร พร้อมกระจายการลงทุนที่ช่วยลดความรุนแรงของผลกระทบได้ดี ผ่าน ธุรกิจบริการจัดส่งอาหาร (เดลิเวอรี่) และบริการซื้อกลับบ้าน ซึ่งมีการเติบโตขึ้น และได้รับความนิยมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในช่วงที่บริการนั่งร้านหยุดชะงักชั่วคราว ซึ่งร้านอาหารของไมเนอร์ ฟู้ดในประเทศไทย กลับมาเปิดให้บริการราว 95% ของสาขาร้านอาหารทั้งหมด 1,490 แห่งทั่วประเทศด้านนายประพัฒน์ เสียงจันทร์ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บมจ. ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป เผยว่า การดำเนินงานครึ่งปีหลังนี้ จะเดินหน้ายกระดับบริการเดลิเวอรี่ ด้วยการเร่งเปลี่ยนแปลงรูปแบบองค์กร ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีส่วนร่วม ผ่านการพัฒนาแพลตฟอร์มการสั่งอาหารออนไลน์ ตามวิถีNew Normal ที่ผู้บริโภคหันไปพึ่งพาเทคโนโลยีดิจิทัล สะท้อนได้จากไตรมาส2ที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายเดลิเวอรี่โตขึ้นถึง3เท่านอกจากนี้เพื่อสุขอนามัย ความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า ยังมีการตั้งโปรเจค "Business Beyond COVID" อบรมพนักงานด้านการให้บริการเข้มข้นขึ้น โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและสุขอนามัยเป็นหลัก ผ่านแคมเปญรักษาความปลอดภัยของอาหาร ได้แก่ "Zero Touch Delivery" "Safety Seal" และ "Easy Pick Up" ของเดอะ พิซซ่า คอมปะนี หรือการจ่ายไร้เงินสดเมื่อสั่งอาหารในร้านเบอร์เกอร์ คิง เพื่อยกระดับมาตรฐานสุขอนามัยกับความปลอดภัยของทั้งลูกค้าและพนักงานภายใต้สถานการณ์โควิด-19
ธนกร ชุมทอง ถ่ายภาพ กรรณิการ์ รุ่งกิจเจริญกุล เนชั่นทีวีรายงาน