ส่วนรายละเอียดเงินเฟ้อที่ลดลง 0.98% มาจากการลดลงของสินค้าอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ลด 1.87% โดยการขนส่งและการสื่อสาร ลด 5.12% กลุ่มพลังงาน ลด 10.91% เคหสถาน ลด 0.06% เครื่องนุ่งห่มและรองเท้า ลด 0.04% การบันเทิง การอ่าน การศึกษา ลด 0.21% ยาสูบและเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ ลด 0.02% ส่วนหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เพิ่ม 0.55% จากการสูงขึ้นของข้าว แป้งและผลิตภัณฑ์จากแป้ง 5.17% เครื่องประกอบอาหาร เพิ่ม 3.43% เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เพิ่ม 1.63% อาหารบริโภคในบ้าน เพิ่ม 0.57% นอกบ้าน เพิ่ม 0.71% แต่ไข่ ผลิตภัณฑ์นม ผักและผลไม้ ราคาลดลง
ทั้งนี้ ในเดือนก.ค.2563 มีสินค้าที่มีราคาสูงขึ้น 210 รายการ เช่น ข้าวสารเหนียว เนื้อสุกร ซี่โครงหมู ข้าวราดแกง กับข้าวสำเร็จรูป อาหารเช้า น้ำมันพืช น้ำอัดลม และค่าเช่าบ้าน เป็นต้น ไม่เปลี่ยนแปลง 75 รายการ และลดลง 137 รายการ เช่น น้ำมัน ทั้งเบนซิน และดีเซล ก๊าซหุงต้ม ส้มเขียวหวาน พริกสด และเงาะ เป็นต้น
น.ส.พิมพ์ชนกกล่าวว่า แนวโน้มเงินเฟ้อในเดือนต่อไป คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น จากมาตรการที่รัฐบาลส่งเสริมและกระตุ้นให้มีการท่องเที่ยวในประเทศ และราคาพลังงานเริ่มทรงตัว แต่อาจจะยังอยู่ในแดนลบ เพราะราคาพลังงานเมื่อเทียบกับปีก่อนยังต่ำ และยังต้องติดตามการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ ราคาพลังงานโลก เศรษฐกิจโลก ซึ่งยังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ยังวางใจไม่ได้ โดยกระทรวงพาณิชย์ ยังคงคาดการณ์เงินเฟ้อทั้งปี 2563 อยู่ที่ติดลบ 0.7% ถึงลบ 1.5% มีค่ากลางอยู่ที่ลบ 1.1% มีปัจจัยสนับสนุนจากจีดีพี ติดลบ 7.6% ถึงลบ 8.6% น้ำมันดิบดูไบ 35-45 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยน 30.5-32.5 บาทต่อเหรียญสหรัฐ