(6 สิงหาคม 2563) นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. เปิดเผยเมื่อวันที่ 5 ส.ค. ที่ผ่านมา ถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แถลงมติให้แก้มาตรา 256 และทุกฝ่ายขานรับ ดังนั้น จึงควรใช้ช่องทางนี้เดินไปสู่ความสำเร็จให้ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเผชิญหน้า แล้วจบลงที่รัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญแทน
ทั้งนี้ หากจะหลีกเลี่ยงการฉีกรัฐธรรมนูญ ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศชัดแล้วว่า พร้อมที่จะแก้ไข ดังนั้น นักการเมืองไม่ควรแสดงความเห็น นำเสนอการแก้ไขมาตราอื่นๆในขณะนี้ แต่ควรเน้นที่การแก้ไขมาตรา 256 เพียงมาตราเดียว ถ้าชี้นำตั้งประเด็นเนื้อหา รายละเอียดการแก้ไขอื่นๆแล้ว ไม่รู้จะตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) มาทำไม
"การจะแก้ไขมาตราอื่นๆนั้น ควรแสดงความเห็นหลังจากแก้ไขมาตรา 256 เพื่อตั้ง สสร. ได้เป็นที่ยุติก่อน ขอให้จัดจังหวะการดำเนินการ เพราะต้องให้ สสร.ไปฟังประชาชนว่า จะแก้ไขมาตราไหนกันบ้าง ถ้าเสนอรายละเอียดก่อนแก้มาตรา 256 แล้ว อยากถามว่า ต้องการแก้ไขหรืออยากมีเรื่องกัน หากนอกเหนือจากมาตรา 256 จะทำให้สถานการณ์บ้านเมืองเลยเถิดกันไปไกลถึงขั้นจะไม่ได้แก้ไขรัฐธรรมนูญเลย" นายจตุพร กล่าว
นอกจากนี้ ทุกฝ่ายควรทำให้ปรากฎชัดเจนว่า ความต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่การซื้อเวลา แต่เป็นทางออกเดียวในการแก้ไขปัญหาของชาติไม่ให้ถอยหลังลงไปอีก เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันเปราะบางมาก มีโอกาสเกิดการเผชิญหน้ากัน ดังนั้น ถ้านำปัญหาเปราะบางมาสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะสามารถชะลอโรคแทรกซ้อนไม่ให้เกิดขึ้นได้