ห่วงปชช.เดือดร้อนจากจีนสร้างเขื่อนจิ่งหง
05 ส.ค. 2563 | thongthai_raw

กมธ.งบประมาณ64 ห่วงประชาชนเดือดร้อนจากเหตุจีนสร้างเขื่อนจิ่งหง พร้อมขอกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย จัดสรรงบซื้อเครื่องจักรตัดอ้อยให้เกษตรกร เพื่อลดปัญหาฝุ่น PM 2.5
ข่าว
05 ส.ค. 2563 | thongthai_raw

กมธ.งบประมาณ64 ห่วงประชาชนเดือดร้อนจากเหตุจีนสร้างเขื่อนจิ่งหง พร้อมขอกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย จัดสรรงบซื้อเครื่องจักรตัดอ้อยให้เกษตรกร เพื่อลดปัญหาฝุ่น PM 2.5
(6 สิงหาคม 2563) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 เปิดเผยเมื่อวันที่ 5 ส.ค. ที่ผ่านมา ว่า กมธ.ได้ใช้เวลาพิจารณาไปแล้ว 17 วัน โดยมีหน่วยงานที่พิจารณาไปแล้ว 8 กระทรวง 4 กองทุน อาทิ กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงอุตสาหกรรม นายอัครเดช กล่าวต่อว่า โดยในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ ทาง กมธ.ได้มีข้อสังเกต คือ เรื่องปัญหาการสร้างเขื่อนที่ประเทศจีน ที่อาจกระทบต่อปริมาณน้ำในแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสำคัญต่อการดำรงชีวิตของประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจงว่า ทางกระทรวงมีปฏิสัมพันธ์กับทางประเทศจีนที่เป็นประเทศต้นน้ำ มีการเจรจาให้ทั้ง 2 ประเทศ ใช้และเก็บน้ำอย่างรับผิดชอบ อย่างไรก็ตาม จากการเจรจาดังกล่าวทำให้ประเทศจีนปล่อยน้ำจากเขื่อนจิ่งหงลงมา ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงอยู่ที่ 3.6 เมตร ซึ่งเป็นการรักษาระดับน้ำในปริมาณที่เพียงพอกับประชาชนที่ใช้น้ำหลายประเทศต่อเนื่องจากประเทศจีน ทั้งนี้ ประเทศไทยเป็นผู้เสนอกรอบความร่วมมือแม่โขงล้านช้าง ตั้งแต่ปี 2558 เพื่อให้จีนเข้ามามีส่วนร่วมเป็นสมาชิก ทั้งนี้ ปัจจุบันความร่วมมือของจีนและประเทศสมาชิกเดินหน้าไปด้วยดี ขณะเดียวกัน ทางกระทรวงการต่างประเทศยังได้ดำเนินการสร้างความสัมพันธ์กับคณะกรรมการแม่น้ำโขง ซึ่งปัจจุบันแม้ว่าจีนไม่ได้เป็นสมาชิก แต่จีนก็ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกกับประเทศสมาชิกมากขึ้น โดยกระทรวงการต่างประเทศได้มีการพัฒนาความร่วมมือกับจีนมาโดยตลอด เพื่อให้ปัญหาระดับน้ำในแม่น้ำโขงได้รับการแก้ไขและไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน
นอกจากนี้ ทาง กมธ.ได้มีการหารือในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม ที่เกี่ยวกับการช่วยเหลือเกษตรกรปลูกอ้อย โดยเฉพาะเรื่องของเอทานอล ที่เป็นผลผลิตได้จากอ้อย โดยหลังการผลิตเอทานอลแล้วทาง กมธ.เห็นว่าควรนำรายได้จากการผลิต มาแบ่งกำไรให้กับเกษตรกรด้วย เพราะเป็นผลต่อเนื่องจากการผลิต รวมถึงต้องการให้มีการจัดหาเครื่องจักรทางการเกษตรเครื่องตัดอ้อยนายอัครเดช กล่าวต่อว่า เพื่อลดการจุดตัดอ้อยของเกษตรกรที่ขาดแคลนแรงงาน โดยทาง กมธ.ได้ตั้งข้อสังเกตให้สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตายทรายได้จัดสรรงบประมาณให้เกษตรกรได้มีเครื่องจักร เพื่ออลดการจุดตัด รวมถึงเพื่อลดฝุ่นละออง PM2.5 ด้วย ซึ่งหากลดการจุดตัดได้ ปีนี้ฝุ่น PM 2.5 ที่เกิดจากการจุดตัดอ้อยจะลดลงเป็นนัยยะสำคัญ