จากคำแถลงของคณะทำงาน 7 อรหันต์ของอัยการ สังคมยังคาใจและตั้งคำถามเพิ่มเติมหลายคำถาม "เนชั่นทีวี" รวบรวมข้อสังเกตที่น่าสนใจจากหลายฝ่ายมานำเสนอ
1.คำแถลงที่ยืนยันว่า นายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด มีคำสั่งไม่ฟ้องคดีตามกฎหมายและระเบียบทุุกประการ ตลอดจนสั่งคดีไปตามหลักฐานเท่าที่ปรากฏในสำนวน และสอดคล้องกันว่านายบอส ขับรถไม่เร็วเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดนั้น เท่ากับเป็นการรับรองการสั่งคดีของนายเนตรว่าถูกต้อง ชอบด้วยกฎหมายแล้วใช่หรือไม่
การเสนออัยการสูงสุดให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการใช้ดุลยพินิจของนายเนตร ว่ารอบคอบรัดกุมหรือไม่ ปรากฏว่าไม่มีในเอกสารแถลงข่าวของอัยการ มีเพียงคำแถลงบางช่วงของคณะทำงาน 7 อรหันต์ สังคมจึงยังคาใจว่า สรุปแล้วกรณีของนายเนตร นาคสุข ทางสำนักงานอัยการสูงสุด จะดำเนินการอย่างไรต่อไป
2.การที่คณะทำงาน 7 อรหันต์ เสนออัยการสูงสุดให้สั่งไปยังพนักงานสอบสวน แจ้งข้อหาเพิ่มกับนายบอส เพราะพบหลักฐานใหม่ 2 ประเด็นนั้น ขัดกับสิ่งที่ฝ่ายอัยการเคยให้ข่าวมาก่อนหน้านี้ ว่าอัยการไม่มีอำนาจสั่งพนักงานสอบสวนให้รื้อคดี แจ้งข้อหาเพิ่ม หรือแจ้งข้อหาใหม่ได้ เพราะคำสั่งไม่ฟ้องถือว่าเป็น "คำสั่งเด็ดขาด" ไปแล้ว การแสวงหาพยานหลักฐานใหม่ต้องเป็นไปตาม ป.วิอาญา มาตรา 147 ซึ่งเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนเท่านั้น เหตุใดวันนี้คณะทำงาน 7 อรหันต์ จึงอ้างว่าอัยการสูงสุดมีอำนาจ
3.หลักฐานใหม่กรณี "เสพโคเคน" ที่คณะทำงาน 7 อรหันต์ เสนอให้อัยการสูงสุดแจ้งไปยังพนักงานสอบสวน เป็น "ข้อหาใหม่" ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกลุ่มข้อหาเดิม คือ ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งแม้จะเป็นประเด็นที่ต้องดำเนินคดีกันต่อไป แต่ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับข้อสงสัยของสังคมในคดีขับรถโดยประมาท ว่ากระบวนการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานของตำรวจแลอัยการ เป็นไปโดยชอบหรือไม่ พยานหลักฐานที่อ้างทั้งหมดมีน้ำหนักน่าเชื่อถือเพียงใด