แม้คดีนี้จะยังไม่สิ้นสุดเพราะกสทช.ได้ยื่นอุทธณ์ไปยังศาลปกครองสูงสุดแล้ว แต่กสทช.และบรรดาช่องทีวีดิจิทัลก็มีความกังวลว่า หากสุดท้าย กสทช.แพ้คดีก็จะเกิดความวุ่นว่ายในวงการทีวีและอาจส่งผลให้เรทติ้งผู้ชมโทรทัศน์ซึ่งมีแนวโน้มลดลงอยู่แล้วกลายเป็นปัญหาหนักขึ้นไปอีก
ที่สำคัญแนวโน้มที่ศาลปกครองสูงสุดจะพิจารณาเรื่องนี้อย่างรวดเร็วก็มีสูงโดยในวันที่ 25 สิงหาคมศาลปกครองสูงสุดจะนัดนั่งพิจารณาคดีครั้งแรก มีขั้นตอนคือ องค์คณะตุลาการศาลปกครองสูงสุดเจ้าของสำนวนจะสรุปข้อเท็จจริงของคดีให้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายฟังและเปิดโอกาสให้คู่กรณีแถลงปิดคดีด้วยวาจา
จากนั้นองค์คณะจะให้ตุลาการผู้แถลงคดีแถลงความเห็นส่วนตนในคดี โดยไม่ผูกพันต่อการพิจารณาวินิจฉัยขององค์คณะหลังสิ้นสุดกระบวนการนั่งพิจารณาคดีครั้งแรกองค์คณะเจ้าของสำนวนจะกำหนดวันอ่านคำพิพากษาให้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายรับทราบอีกครั้ง
เหตุนี้เองกสทช.จึงนัดผู้รับใบอนุญาตทีวีดิจิทัลประชุมรับฟังความเห็นในช่วงบ่ายวันนี้ เกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหาหากแพ้คดีโดย กสทช.มีแนวคิดประกาศเรียงช่องใหม่ ด้วยการคืนช่อง 1-10ให้ทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวีนำไปบริหารได้เองส่วนทีวีดิจิทัลช่องสาธารณะขยับไปอยู่ช่อง 11-15 ทีวีดิจิทัลภาคธุรกิจ ตั้งแต่ช่อง 16-36 ยังอยู่ช่องเดิม แต่ยังไม่ชัดเจนว่าทาง บริษัททรูวิชั่นส์ฯ และกลุ่มเคเบิลทีวีจะเห็นด้วยตามนี้หรือไม่
นายสุภาพคลี่ขจาย นายกสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ประเทศไทย) กล่าวก่อนหน้านี้ว่า มติสมาชิกช่องทีวีดิจิทัลทุกช่องจากการประชุมสามัญ เมื่อวันที่ 22ก.ค.ที่ผ่านมา พร้อมสนับสนุนแนวทางประกาศ "เรียงช่อง" ฉบับใหม่ของ กสทช.ภายใต้เงื่อนไขที่ชอบธรรมต่อช่องทีวีดิจิทัลที่เสียเงินประมูลใบอนุญาตมาอย่างถูกต้องโปร่งใส โดยเฉพาะสิทธิ์ในการเลือกหมายเลขช่อง คือตัวแปรสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจทุ่มประมูลของผู้ประกอบการ
การที่กสทช.เสนอแนวทางประกาศเรียงช่องฉบับใหม่ ให้โครงข่ายดาวเทียม และเคเบิลทีวีสามารถเรียงช่อง 1-10 ได้เองแม้ไม่ถูกต้องตามหลักสากลและเงื่อนไขการประมูลแต่น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดในสถานการณ์นี้ เพื่อให้อุตสาหกรรมเดินต่อไปได้พึ่งพาอาศัยกัน โดยไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงกับหมายเลขช่องในปัจจุบันซึ่งมติสมาชิกช่องทีวีดิจิทัลก็พร้อมสนับสนุนแนวทางนี้เพียงแต่ต้องกำหนดกติการ่วมกันไม่ทำให้เกิดปัญหาเดิม เช่น ช่อง 1-10 ต้องเป็นช่องบอกรับสมาชิกเท่านั้น /ต้องไม่มีช่องทีวีดิจิทัลมาออกอากาศซ้ำ / และประเภทช่องรายการใน 1-10ต้องไม่เป็นคู่แข่งหรือซ้ำแนวทางกับช่องทีวีดิจิทัลที่ออกอากาศในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นช่องข่าว ช่องหนัง หรือช่องวาไรตี้
อย่างไรก็ดีมีรายงานว่า ยังมีผู้บริหารช่องทีวีดิจิทัลบางช่องมองว่า ประกาศเรียงช่องใหม่ของกสทช.ยังไม่ชัดเจนว่าจะเปลี่ยนเลขช่องเฉพาะช่องสาธารณะเท่านั้นส่วนช่องธุรกิจยังคงเลขช่องเดิม หรือจะต้องเปลี่ยนเลขช่องเป็น บวก 10 ทุกช่องกันแน่ นั่นก็คือทีวีดิจิทัลจะมีเลขช่องใหม่ช่อง 11-46
นอกจากนั้นผู้บริหารช่องทีวีดิจิทัลบางช่องยังเห็นว่ากสทช.ควรเป็นผู้แก้ปัญหานี้ให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดและไม่ควรให้ทีวีดิจิทัลได้รับผลกระทบทุกกรณี เนื่องจากปัญหาทั้งหมดเกิดจาก กสทช.เพราะจากการสำรวจของสมาคมทีวีดิจิทัลฯ พบว่ากล่องดิจิทัลที่กสทช.แจกให้ประชาชนนั้น มีผู้ใช้เพียง 20% คือ 4 ล้านกล่อง จาก 20 ล้านกล่อง นอกนั้นดูผ่าน ทรูวิชั่นส์และดาวเทียมทั้งสิ้น ฉะนั้น หาก กสทช.แพ้คดีช่องทีวีดิจิทัลทั้งหมดย่อมเจอผลกระทบไปด้วย