(4 สิงหาคม 2563) นายอิทธิพร แก้วทิพย์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา นายประยุทธ เพชรคุณ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 3 และรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญาธนบุรี และนายชาญชัย ชลานนท์นิวัฒน์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา ซึ่งเป็นคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการสั่งไม่ฟ้อง นายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา ชี้แจงผลการพิจารณา หลังตรวจสอบสำนวนคดีครบกรอบเวลา 7 วัน สรุปว่า คณะทำงานมีข้อเสนอแนะไปยังอัยการสูงสุด 2 ประเด็น
โดยประเด็นแรก เรื่องขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย แม้คดีนี้พนักงานอัยการมีความเห็นไม่ฟ้อง และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ไม่เห็นแย้ง แต่ไม่ได้หมายความว่าคดีนี้สิ้นสุดลง เพียงแต่เป็นการงดการสอบสวน เว้นแต่จะมีพยานหลักฐานใหม่ ซึ่งคดีนี้ช่วงเวลาหลังเกิดเหตุ มีการให้นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ คือ ดร.สธน วิจารณ์วรรณลักษณ์ อาจารย์ภาควิชาฟิสิกส์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ก่อนทำรายงานการคำนวนความเร็วพบว่าเกินกว่า 80 กม./ชม. แน่นอน
ทั้งนี้ ซึ่งไม่เคยปรากฏความเห็นของ ดร.สธน อยู่ในสำนวนของพนักงานสอบสวน จึงถือว่าข้อมูลนี้เป็นพยานหลักฐานใหม่ ที่สามารถไปสอบสวนเพิ่มเติม และดำเนินคดีเรื่องความเร็วรถใหม่ได้ เพราะคดียังไม่หมดอายุความ ส่วนอีกประเด็น คือ การพบสารแปลกปลอมในร่างกายของนายบอส แต่พนักงานสอบสวนไม่เคยแจ้งข้อกล่าวหาว่าการเสพยาเสพติดอยู่ในสำนวนคดี จึงมองว่าควรมีการแจ้งข้อกล่าวหา ให้มีการสอบสวนเพิ่มเติม
ขณะที่ นายชาญชัย กล่าวว่า จากการตรวจเลือดในขณะนั้นพบสาร 2 ตัวในร่างกาย คือ เบนซอยเลโคนีน เป็นสารที่พบในร่างกาย เมื่อร่างกายทำปฏิกิริยากับโคเคน ส่วนโคคาเอชเชอลีน จะปรากฎเมื่อมีการเสพโคเคนร่วมกับการดื่มแอลกอฮอล์ แต่แพทย์ให้ความเห็นว่าการพบสารทั้ง 2 ตัว ไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีการเสพโคเคน จึงมีการไปสอบทันตแพทย์เพิ่ม ว่าสารดังกล่าวสามารถพบได้ในยาแก้ปวด แอมม็อกซี่ จึงมีความเห็นว่าประเด็นนี้ยังไม่ชัดเจน จเห็นควรสอบประเด็นนี้เพิ่มเติม
สำหรับคดีนี้ทำให้เห็นปัญหาของระบบ ว่ามีช่องโหว่หลายจุด ทั้งการทำงานของพนักงานสอบสวน และพนักงานอัยการ ควรร่วมกันสอบสวนอย่างทันท่วงที อีกส่วนหนึ่ง คือ การเปิดโอกาสให้ผู้ต้องหาสามารถร้องขอความเป็นธรรม เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง จึงทำให้เสียเวลาในการพิจารณาคดี หลังจากนี้อาจต้องมีการปรับเปลี่ยนกระบวนการร้องขอความเป็นธรรมใหม่ ซึ่งจะต้องมีการถอดบทเรียนต่อไป