(3) ยอดสินเชื่ออนุมัติสะสมและยอดสินเชื่อคงค้างสะสม(3.1) ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2563 ภาพรวมการปล่อยสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์มีทิศทางที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนเมษายน 2563 โดยมียอดสินเชื่ออนุมัติสะสมจำนวน 269,880 บัญชี รวมเป็นจำนวนเงิน 7,018.34 ล้านบาท หรือคิดเป็นวงเงินสินเชื่ออนุมัติเฉลี่ยจำนวน 26,005.41 บาทต่อบัญชี เพิ่มขึ้นจากณ สิ้นเดือนเมษายน 2563 ร้อยละ 2.68 ประกอบด้วย สินเชื่อแบบมีหลักประกันจำนวน 131,518 บัญชี เป็นจำนวนเงิน 3,722.58 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 53.04 ของจำนวนยอดสินเชื่ออนุมัติสะสม และสินเชื่อแบบไม่มีหลักประกันจำนวน 138,362 บัญชี เป็นจำนวนเงิน 3,295.76 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 46.96 ของจำนวนยอดสินเชื่ออนุมัติสะสม
(3.2) ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2563 มียอดสินเชื่อคงค้างสะสมรวมจำนวนทั้งสิ้น 113,150 บัญชี คิดเป็นจำนวนเงิน 2,675.16 ล้านบาท โดยมีสินเชื่อค้างชำระ 1 - 3 เดือน สะสมรวมจำนวน 14,914 บัญชี หรือคิดเป็นจำนวนเงินสะสมรวม 374.13 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 13.99 ของยอดสินเชื่อคงค้างสะสม และมีสินเชื่อค้างชำระที่เกินกว่า 3 เดือน (NPL) สะสมรวมจำนวน 16,195 บัญชี หรือคิดเป็นจำนวนเงินสะสมรวม 423.69 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 15.84 ของยอดสินเชื่อคงค้างสะสม เพิ่มขึ้นจาก ณ สิ้นเดือนเมษายน 2563 ที่มียอด NPL อยู่ที่ร้อยละ 15.28 ของยอดสินเชื่อคงค้างสะสม ทั้งนี้ จากการสอบถามผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์เกี่ยวกับสถานะสินเชื่อคงค้างประเภท NPL ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2563 พบว่าผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์มีการติดตามและเฝ้าระวังหนี้ค้างชำระของลูกหนี้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะลูกหนี้ที่เป็นกลุ่มผู้ประกอบอาชีพรับจ้างหรือกลุ่มพนักงานโรงงานที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID - 19 ค่อนข้างมาก ทำให้ลูกหนี้หลายรายมีความสามารถในการชำระหนี้ลดลง โดยผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ได้มีมาตรการให้ความช่วยเหลือกลุ่มลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบในกลุ่มนี้ตามความเหมาะสม เช่น การขยายระยะเวลาการชำระหนี้ การไม่เร่งรัดทวงถามหนี้ เป็นต้น ส่งผลให้ยอด NPL ยังคงอยู่ระดับที่ไม่แตกต่างไปจากเดือนเมษายน 2563 มากนัก
การดำเนินการอย่างจริงจังกับเจ้าหนี้นอกระบบที่กระทำผิดกฎหมาย ในเดือนพฤษภาคม 2563 สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปน.ตร.) เพื่อปราบปรามและดำเนินคดีในเชิงรุกกับเจ้าหนี้นอกระบบที่มีพฤติการณ์ให้ประชาชนกู้ยืมเงินโดยผิดกฎหมาย เรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด การทวงถามหนี้โดยผิดกฎหมาย และการกู้ยืมเงินที่มีลักษณะฉ้อโกง โดย ณ เดือนมิถุนายน 2563 สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการจับกุมผู้ปล่อยเงินกู้นอกระบบที่กระทำผิดกฎหมายเพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2563 จำนวน 490 ราย สำหรับผลการดำเนินการจับกุมปล่อยเงินกู้นอกระบบที่กระทำผิดกฎหมายนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 จนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 2563 มีจำนวนสะสม 6,002 ราย
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังคงดำเนินการร่วมกับหน่วยงานภาคีแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่องใน 5 มิติ ได้แก่ (1) ดำเนินการอย่างจริงจังกับเจ้าหนี้นอกระบบที่ผิดกฎหมาย (2) เพิ่มช่องทางการเข้าถึงสินเชื่อในระบบ (3) ลดภาระหนี้นอกระบบโดยการไกล่เกลี่ย (4) เพิ่มศักยภาพลูกหนี้นอกระบบ และ (5) สนับสนุนการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบโดยองค์กรการเงินชุมชน ซึ่งประชาชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ที่เปิดดำเนินการได้ทางเว็บไซต์ www.1359.go.th และสามารถร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับเงินกู้นอกระบบที่ผิดกฎหมายได้โดยตรงที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สายด่วน 1599 ศปน.ตร. โทร. 0 2255 1898 ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์การกู้ยืมเงินโดยสัญญาที่ไม่เป็นธรรมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สายด่วน 1155 ศูนย์ดำรงธรรม สายด่วน 1567 ศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สายด่วน 1359 ศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กระทรวงยุติธรรม (ศนธ.ยธ.) โทร. 0 2575 3344