สำหรับพายุซิลากู เป็นพายุระดับ 3 เคลื่อนที่มาจากเวียดนามช่วงเช้าที่ผ่านมา หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน เคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศลาว และจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำตามลำดับ ประกอบกับร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนเข้าสู่พายุโซนร้อนซินลากู บริเวณอ่าวตังเกี๋ย และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ได้ประเมินปริมาณน้ำฝนคาดการณ์ ของกรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ร่วมกับพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก ดินโคลนถล่ม ของกรมทรัพยากรธรณี และกรมทรัพยากรน้ำ พบพื้นที่เฝ้าระวังเสี่ยงเกิดอุทกภัย ดังนี้1.น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มบริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ลุ่มต่ำริมทางน้ำไหลผ่าน ที่มีสิ่งกีดขวางทางน้ำเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ บริเวณ จ.เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลําปาง พิษณุโลก อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ เลย ชัยภูมิ หนองคาย อุบลราชธานี กาญจนบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ระนอง ชุมพร พังงา กระบี่ และจ.นครศรีธรรมราช2.น้ำไหลหลากเอ่อล้นตลิ่ง ดังนี้2.1 แม่น้ำน่าน บริเวณ อ.สันติสุข และอ.เวียงสา จ.น่าน2.2 ลำน้ำเข็ก บริเวณ อ.วังทอง จ.พิษณุโลก2.3 ลำน้ำลำพะเนียง อ.นากลาง อ.เมือง อ.โนนสังข์ อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู2.4 ลำน้ำฮวย บริเวณ อ.วังสะพุง จ.เลย2.5 ลำน้ำเลย บริเวณ อ.วังสะพุง อ.เมือง จ.เลย2.6 ลำน้ำสวย บริเวณ อ.เมือง จ.เลย
ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามสภาพอากาศและสภาพน้ำอย่างต่อเนื่องเตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือ ในการป้องกันช่วยเหลือ รวมถึงประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ราบลุ่มต่ำริมลำน้ำ และที่ลาดชันเชิงเขา ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบให้รับทราบต่อไป