เนชั่นทีวี

ข่าว

58 จังหวัด เตรียมรับมือฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน - น้ำป่าไหลหลาก

01 ส.ค. 2563 | pantipa_jit

58 จังหวัด เตรียมรับมือฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน - น้ำป่าไหลหลาก

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสาน 58 จังหวัด เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และคลื่นลมแรง ในช่วงวันที่ 1 - 4 ส.ค. 63 โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศปริมาณฝน ระดับน้ำ และแนวโน้มสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด

นายชยพล ธิติศักดิ์อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.)โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)ได้ติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยาและพิจารณาปัจจัยเสี่ยงเชิงพื้นที่ พบว่าหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบนทวีกำลังแรงเป็นพายุดีเปรสชันคาดว่า จะเคลื่อนขึ้นฝั่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามตอนบนโดยพายุดังกล่าวไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือภาคกลาง และภาคใต้



ส่วนทะเลอันดามันและอ่าวไทยคลื่นลมมีกำลังแรงขึ้นคลื่นสูง 2 3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.)โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงได้ประสาน 58 จังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและคลื่นลมแรง ในช่วงวันที่ 1 4สิงหาคม 2563 แยกเป็น



สถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากดังนี้



ภาคเหนือ 15 จังหวัด ได้แก่แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน ตาก อุตรดิตถ์พิษณุโลก กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และอุทัยธานี



ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 18 จังหวัด ได้แก่เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ขอนแก่น กาฬสินธุ์มุกดาหาร ชัยภูมิ ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ ศรีสะเกษและอุบลราชธานี



ภาคกลาง 7 จังหวัด ได้แก่กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ลพบุรี สระบุรี สมุทรสงคราม และนครนายก



ภาคตะวันออก 4 จังหวัด ได้แก่ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด



ภาคใต้ 11 จังหวัด ได้แก่ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา กระบี่และภูเก็ต



สถานการณ์คลื่นลมแรง ดังนี้



ภาคตะวันออก 4 จังหวัด ได้แก่ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด



ภาคใต้ 6 จังหวัด ได้แก่ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล



รวมถึงสั่งการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยในช่วงดังกล่าวโดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝนพร้อมวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงและแนวโน้มสถานการณ์ภัยต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง จัดชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต (ERT)รถปฏิบัติการและเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้พร้อมเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันทีอีกทั้งประสานหน่วยงานในพื้นที่ อำเภอองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสร้างการรับรู้และแจ้งเตือนประชาชนติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิดตลอดจนประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้มงวดมาตรการความปลอดภัยทางทะเลโดยเพิ่มการติดตั้งสัญญาณแจ้งเตือนภัยบริเวณชายฝั่งทะเลจัดเตรียมเครื่องมือประจำเรือและอุปกรณ์ช่วยชีวิตทางน้ำให้พร้อมใช้งานอีกทั้งหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

ข่าวล่าสุด