เมื่อเวลาประมาณ17:15 น. ของวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 ม็อบนักเรียนประมาณ 50 คน ได้มารวมตัวกันบริเวณหน้ากระทรวงศึกษาธิการ และติดตั้งอุปกรณ์ไมค์ ลำโพง กลอง เพื่อใช้ในการทำกิจกรรมที่เตรียมมาทั้งหมด 4 กิจกรรมบริเวณริมฟุตบาตและเกาะกลางถนน ทางด้านนางเกศทิพย์ ศุภวานิช ผู้ช่วยปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้เดินออกมาจากกระทรวงศึกษาธิการเพื่อเจรจากับนักเรียนที่มาชุมนุมและขอร้องให้พูดคุยกันดีๆไม่ต้องถึงกับจัดการชุมนุมแบบนี้ พร้อมไกล่เกลี่ยนักเรียนให้ย้ายที่ชุมนุมจากหน้ากระทรวงศึกษาธิการเข้าไปจัดกิจกรรมภายในกระทรวงแทน จะได้ไม่เกิดอันตรายและไม่กระทบต่อการจราจร ซึ่งผู้นำนักเรียนก็ไม่ยอมยกเลิกกิจกรรมและจุดยืนที่ตั้งใจจะเรียกร้องแต่ยอมย้ายเข้ามาจัดกิจกรรมภายในกระทรวง และเริ่มกิจกรรมแรกคือการปราศรัยจุดยืนของพวกเขาทั้งเรื่องคุณครูใช้ความรุนแรง เรื่องทรงผม และเครื่องแบบนักเรียน
เด็กนักเรียนกลุ่มนี้เล่าให้ทีมข่าวเนชั่นทีวีของเราฟังว่าพวกเขาได้เคยมายื่นหนังสือต่อปลัดกระทรวงศึกษาธิการแล้วแต่ก็ไม่มีความคืบหน้าใดๆจึงตัดสินใจนัดรวมตัวกันมาเรียกร้องสิทธิที่พวกเขาควรจะได้รับ หลังจากกิจกรรมปราศรัย ก็ได้ทำกิจกรรมส่งของหายคืนกระทรวงโดยทำการนำไม้เรียว เส้นผม และชุดนักเรียนมามอบให้กับทางกระทรวงศึกษาธิการ จากนั้นก็ทำกิจกรรมร้องเพลงลามะลิลาเสียดสีการศึกษา เด็กกลุ่มนี้มองว่าพวกเขาควรจะมีสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็นและเลือกทำในสิ่งที่พวกเขาอยากทำได้ บางคนเป็นกลุ่มหลากหลายทางเพศ ไม่อยากตัดผมทรงนักเรียนอยากไว้ผมยาว บางคนไม่อยากใส่กระโปรงหรือกางกางนักเรียน บางคนเคยโดนคุณครูพูดจาเหยียดเพศ รวมถึงกลุ่มเด็กที่ไม่อยากให้กระทรวงศึกษาธิการจัดตารางเรียนให้แน่นในแต่ละวันเพราะรู้สึกว่าสมองล้าเกินไป ทำให้พวกเขาต้องออกมาเรียกร้องสิทธิ์ในครั้งนี้
หลังจากที่ม็อบนักเรียนทำกิจกรรมครบทั้งหมดแล้ว ทางผู้ช่วยปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้ร่วมฟังความคิดเห็นและชี้แจงปรับความเข้าใจกับเด็กๆ จนเรื่องทั้งหมดจบลงด้วยดี นักเรียนแยกย้ายกันกลับบ้านในเวลา19:15น.ที่ผ่านมา ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการศึกษาได้เล่าให้ทีมข่าวของเราฟังว่า ครั้งนี้ได้รับหน้าที่ให้มารับฟังเด็กๆ หลังจากที่ได้รับฟังความเห็นของเด็กๆก็จะนำเรื่องไปแจ้งให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการและผู้ใหญ่ได้รับทราบ ทุกอย่างจะต้องดูตามความเหมาะสมและขั้นตอนของกระทรวงศึกษาอีกครั้งหนึ่ง จริงๆเข้าใจในปัญหาของเด็กๆและจะพยายามปรับความเข้าใจให้เด็กๆฟังอีกครั้ง
อย่างไรก็ตามทั้งทางนักเรียนและกระทรวงศึกษาธิการได้มีการตั้งกลุ่มไลน์พูดคุยรับฟังปัญหากันไปเรียบร้อย ต้องคอยติดตามกันต่อไปว่าจะมีการปรับเปลี่ยนหรือจบปัญหาตรงนี้ได้อย่างไร