เนชั่นทีวี

ข่าว

ตร.แถลงผลโคเคน "บอส" ยังไม่ชัด ขอเวลาตรวจอีกรอบ

31 ก.ค. 2563 | sitthichai_nak

ตร.แถลงผลโคเคน "บอส" ยังไม่ชัด ขอเวลาตรวจอีกรอบ

คกก.สอบข้อเท็จจริง "คดีบอส อยู่วิทยา" ร่ายยาว 'โคเคอีน' เป็นผลจากกระบวนการย่อยสลาย 4 สารประกอบร่วมกับแอลกอฮอล์ ก่อนมาตั้งข้อสงสัย "Benzoylecgonine - Cocacthylene" แม้แพทย์ให้ความเห็นอาจเป็นสารเสพติด แต่พนักงานสอบสวนไม่พบชื่อบัญญัติในข้อกฎหมาย เป็นเหตุไม่แจ้งข้อหาเสพ จากนี้เตรียม 2 สารต้องสงสัยส่ง ก.สาธารณสุข รอผลยืนยันก่อนเสนอ ผบ.ตร.ดำเนินคดี ส่วนประเด็นยาหมอฟัน ยืนยัน ไม่มีสารเสพติด

เมื่อช่วงบ่าย ของวันที่ 31 ก.ค.2563 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อม พล.ต.ท.สมชาย พัชรอินโต ผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี และพล.ต.ท.กฤษณะ ทรัพย์เดช จเรตำรวจ ร่วมกันแถลงชี้แจง ภายหลังการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งวันนี้ได้ดำเนินการตรวจสอบเป็นวันที่ 3 ของคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงคดีที่นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ "บอส อยู่วิทยา" ขับรถชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ เสียชีวิต เมื่อปี 2555
พล.ต.อ.ศตวรรษ กล่าวว่า คณะทำงานได้ดำเนินการประชุม โดยยึดถือกรอบที่จะดำเนินการโดยเฉพาะกรอบแรกเกี่ยวกับการทำงานของพนักงานสอบสวนที่ได้ดำเนินการ จนกระทั้งมีการเสนอความเห็นสั่งฟ้องไปที่พนักงานอัยการในข้อหาขับรถโดยประมาท กรอบที่ 2 จะพิจารณาเรื่องที่พนักงานสอบสวนได้มีการสอบเพิ่มเติมตามคำสั่งอัยการ และกรอบสุดท้ายเกี่ยวกับเรื่องความเห็นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดย ผู้ช่วย ผบ.ตร.มีความเห็นไม่แย้งกับความเห็นของอัยการขณะนี้คณะทำงานได้ลงลึกในรายละเอียด ยืนยันว่าคณะกรรมการนี้จะพิจารณาเฉพาะการดำเนินกาาของตำรวจเท่านั้นว่าถูกต้อง เป็นไปตามระเบียบการปฏิบัติหรือไม่ และมีการดำเนินการอย่างไร
โดยการตรวจสอบข้อเท็จจริงในวันนี้ ประเด็นแรก ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการพบสารที่เกี่ยวกับโคเคนหรือโคเคอีน ในการตรวจนายบอส ซึ่งได้มีการตรวจเมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2555 ผลการตรวจออกมาวันที่ 11 ต.ค. 2555 โดยแพทย์ผู้ตรวจยืนยันว่า สารที่ตรวจพบเกิดจากกระบวนการสลายตัวของสารที่เกี่ยวกับโคเคอีนกับแอลกอฮอล์ โดยไม่มีการพบโคเคนโดยตรง ตามรายงานของสาขานิติเวชวิทยา ภาควิชาพยาธิวิทยา โรงพยาบาลรามาธิบดี
ทั้งนี้ มีการสอบถามไปที่นิติเวชตำรวจด้วย สารที่ตรวจพบทั้งหมดมีอยู่ 4 ประกอบด้วย 1.สารอัลฟาโซแลม เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ประเภทที่ 4 ตามพ.ร.บ.วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท หรือทางการแพทย์อาจจะเรียกว่ายานอนหลับ 2.Benzoylecgonine( เบนโซอิลเอคโกนีน ) 3. Cocaethylene (โคเคแอคทีลีน) และ4.คาเฟอีน (Caffeine) เป็นสารที่อยู่ในกาแฟ ซึ่งจะมีปัญหาอยู่ที่สารตัวที่ 2 และ 3 ซึ่งเป็นผลของการย่อยสลาย ที่ทางการแพทย์บอกว่ามาจากโคเคน หรือโคเคอีน

พล.ต.อ.ศตวรรษ ได้กล่าวว่าย้ำว่า เป็นการย่อยสลายไม่ใช่โคเคอีนโดยตรง สารตัวนี้ทางการแพทย์ยืนยันว่าเป็นสารที่สามารถที่จะ Benzoylecgonine เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท แต่เป็นสารที่เกิดขึ้นในร่างกายเมื่อเสพโคเคอีน จัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 ตามพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522ส่วนสาร Cocacthylene ไม่จัดเป็นยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท แต่เป็น Metabolism ที่เกิดขึ้นในร่างการเมื่อเสพโคเคอีนร่วมกับแอลกอฮอล์
สิ่งที่เป็นประเด็น คือสารตัวที่ 2 และ 3 ถ้าเราพบตัวนี้ก็แสดงว่าเราเสพโคเคอีน แต่จากการยืนยันของผู้ต้องหาหรือนายบอส ได้บอกว่า ได้มีการไปหาทันตแพทย์และหมอมีการให้ยา ยาตัวที่หมอให้มาเป็นยาอะม็อกซิลิน 500 มิลิกรัม และหมอยืนยันในบันทึกคำให้การอย่างชัดเจนว่า "ไม่มียาเสพติด" ยืนยันว่ายาที่หมอให้นายบอสไม่มีสารเสพติด
พล.ต.อ.ศตวรรษ กล่าวว่า ส่วนสารที่ 2 และ 3 ที่บอกว่าเกิดจากการเสพโคเคอีน อาจจะมาจากได้ 1.เกิดจากยาปฏิชีวนะหรือไม่ 2.การเสพโคเคนหรือโคเคอีนเพียงอย่างเดียว ซึ่งทางคณะกรรมการจะดำเนินการ เพื่อให้รู้ว่ากรณีนี้จะเป็นข้อมูลในการที่จะแจ้งข้อหาเพิ่มกับนายบอสได้หรือไม่ ซึ่งขอเวลาไปสอบถามจากผู้รู้ผู้ชำนาญ หรือจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง เพื่อนำข้อมูลมาประมวลในคณะกรรมการ
อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้นำผลการตรวจที่ได้ในครั้งนี้ ไปสอบสวนแพทย์ทั้ง 2 โรงพยาบาลอีกครั้ง เพื่อยืนยันว่าเป็นสารเสพติดหรือไม่ ซึ่งแพทย์ให้ความเห็นว่าผลการตรวจดังกล่าวอาจเกิดจากยาปฎิชีวนะ ที่อาจส่งผลลวงต่อการตรวจหรือเป็นสารเสพติดจริง เมื่อนำมาพิจารณาในคณะพนักงานสอบสวนแล้วเห็นว่าสารทั้ง 2 ชนิดไม่ถูกบัญญัติว่าเป็นสารที่ผิดกฎหมาย ประกอบกับไม่มีหลักฐานอื่นจึงไม่ได้แจ้งข้อหาในความผิดที่เกี่ยวข้อง แต่ได้ทำรายงานความเห็นเรื่องที่ส่งไปยังอัยการ

ส่วนที่มีการนำเรื่องน้ี้ไปชี้แจงกับคณะกรรมาธิการชุดใหญ่ และมีการเปิดเผยข้อมูลว่า สารโคเคนดังกล่าวเกิดจากการรักษาฟันนั้น เชื่อว่าเป็นความเข้าใจที่คาดเคลื่อนและข้อมูลดังกล่าวมีการตรวจสอบยืนยันเป็นเอกสารชัดเจน ส่วนการดำเนินการหลังจากนี้คือการหาผู้เชี่ยวชาที่จะชี้ชัดได้ว่าสารทั้ง 2 ชนิด เกิดจากอะไร ซึ่งอาจประสานไปยังกระทรวงสาธารณสุข เพื่อหาข้อสรุปและหากท้ายที่สุดพบว่า เป็นสารเสพติดจริงจะเสนอ ผบ.ตร.เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
พล.ต.อ.ศตวรรษ กล่าวว่า ส่วนการเสียชีวิตของนายจารุชาติ มาดทอง หนึ่งในพยานปากสำคัญที่ จ.เชียงใหม่ ยืนยันว่าไม่มีผลต่อการทำงานของชุดพนักงานสอบสวนครั้งนี้ แต่ก็ได้อธิบายว่านายจารุชาติเป็นพยานที่ให้การเมื่อเดือน ก.ย. 2555 ในฐานะผู้เห็นเหตุการณ์แต่ไม่ได้ให้ข้อมูลเรื่องความเร็ว จนกระทั้งปี 2562 อัยการเรียกให้สอบปากคำในประเด็นดังกล่าวเพิ่มเติม พร้อมกับพยานที่เป็นนายทหาร
อย่างไรก็ตาม เรื่องการพิจารณาข้อเท็จจริงเรื่องความเร็วรถในขณะนั้นยังมีข้อถกเถียงในที่ประชุม ยังไม่ได้ข้อยุติจึงต้องมีการสอบสวนในประเด็นนี้ต่อ ส่วนการทำสำนวนคดีของพนักงานสอบสวนชุดแรกจะมีความบกพร่องทางวินัยหรือไม่อย่างไร ปปช.ได้พิจารณาไต่สวนเรื่องนี้ไปหมดแล้ว ส่วนการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะเสร็จสิ้นใน 15 วันหรือไม่นั้น ยังตอบไม่ได้แต่จะพยายามเร่งรัดให้ทันกำหนด

ข่าวล่าสุด