นางชลีรัตน์ กล่าวว่า เนื่องด้วยเครื่อข่ายฯ ได้ยื่นหนังสือที่สำนักงานปลัดนายกรัฐมนตรี ขอให้ตรวจสอบการใช้ดุลพินิจขององค์กรอัยการกองคดีค้ามนุษย์ และกรมสอบสวนคดีพิเศษในการพิจารณาสั่งไม่ฟ้องคดีนางนิภา และนายธนพล วิระเทพสุภรณ์ ผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์วิคตอเรียซีเครท อาบอบนวด โดยกลับคำสั่งเดิมของตนเองที่เคยสั่งฟ้องนางนิภา นายธนพล เจ้าของและผู้บริหารสถานบริการอาบอบนวดวิคตอเรีย ซีเครท
ต่อมา สำนักงานอัยการสูงสุด มีคำสั่ง แต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง และคำสั่งสำนักงานอัยการสูงสุด ที่ 1794/2562 ลงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 และในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ได้เชิญผู้แทนเครือข่ายปฏิบัติการต่อต้านการค้ามนุษย์ไปให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการฯ โดยในการเข้าไปให้ถ้อยคำวันนั้นตัวแทนเครือข่ายปฏิบัติการต่อต้านการค้ามนุษย์ ได้แสดงเจตจำนงและระบุในเอกสารว่าขอให้คณะกรรมการฯ แจ้งผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แก่ทางเครือข่ายทราบด้วย ดังนั้นด้วยเวลาที่ล่วงเลยมาพอสมควรแล้ว เครือข่ายองค์กรผู้หญิงและเด็ก และเครือข่ายปฏิบัติการต่อต้านการค้ามนุษย์ 13 องค์กร จึงใคร่ขอทราบความเห็นและผลการตรวจตรวจสอบประเด็นดังกล่าวที่มีนายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด เป็นประธาน
นางชลีรัตน์ กล่าวว่า มีความกังวลใจเนื่องจากในหลายคดีทั้งการไม่อุทธรณ์ คดีฟอกเงินธนาคารกรุงไทย ที่มีนายโอ๊ค พานทองแท้ ชินวัตร เป็นจำเลย และสั่งไม่ฟ้อง นายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ผู้ต้องหา เกี่ยวข้องกับรองอัยการสูงสุด เนตร นาคสุข ซึ่งเป็นประธานคณะทำงานอัยการตรวจสอบการสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาคดีวิคตอเรียซีเครทด้วย