คู่กรณี "จารุชาติ"เข้าให้ปากคำ ยืนยันถูกชน
30 ก.ค. 2563 | somyod_san

ผู้การเชียงใหม่สั่งตรวจสอบละเอียดอุบัติเหตุ ทำจารุชาติเสียชีวิต ด้านนายสมชาย ยาวิโน คู่กรณีเข้าให้ปากคำตำรวจ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ ยืนยันตนเองเป็นคนถูกชน
ข่าว
30 ก.ค. 2563 | somyod_san

ผู้การเชียงใหม่สั่งตรวจสอบละเอียดอุบัติเหตุ ทำจารุชาติเสียชีวิต ด้านนายสมชาย ยาวิโน คู่กรณีเข้าให้ปากคำตำรวจ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ ยืนยันตนเองเป็นคนถูกชน
30 กค.63 ตำรวจ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ อ.เมืองเชียงใหม่ นำตัวนายสมชาย ยาวิโน อายุ 50 ปี คู่กรณีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจนทำให้นายจารุชาติ มาดทอง อายุ 40 ปี พยานคนสำคัญในคดีบอดส กระทิงแดง มาสอบสวนปากคำที่โรงพัก เพื่อหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น โดยมี พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตะสินธ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เดินทางมาสอบสวนปากคำ จากการสอบสวนนายสมชาย ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้ไปดื่มสุรากับเพื่อน จากนั้นได้ขี่จักรยานยนต์ไปตามถนนห้วยแก้ว เพื่อไปหาเพื่อนย่านชุมชนสันติธรรม อ.เมืองเชียงใหม่ แต่ขณะที่ขี่จักรยานยนต์อยู่ช่องทางด้านซ้ายตามปกติ คู่กรณีก็ได้ขี่จักรยานยนต์มาเฉี่ยวชนด้านท้ายรถ ทำให้รถของตนเองเสียหลักพุ่งไปจนเกาะกลางถนน ทำให้ตนเองได้รับบาดเจ็บ ซึ่งตนเองคือชายเสื้อสีฟ้าที่หน่วยกู้ภัยให้การช่วยเหลือ
ส่วนนายจารุชาติ คู่กรณีหลังจากขี่รถมาชนตนเองรถก็ล้มลงอยู่ริมถนนด้านซ้าย หลังจากนั้นตนเองก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย โดยยืนยันว่าไม่เคยรู้จักกับนายจารุชาติมาก่อน
พล.ต.ต.พิเชษฐ์ เปิดเผยว่า คดีนี้ผู้บังคับบัญชาจึงได้สั่งการกำชับให้ตรวจสอบเรื่องนี้ให้รัดกุมรอบคอบและชัดเจนให้คลายข้อสงสัยได้ทุกประเด็น ซึ่งก็ได้สั่งการให้เก็บข้อมูลทั้งหมด โดยเฉพาะคู่กรณี ที่จะตรวจสอบประวัติส่วนตัวย้อนหลัง นอกจากนี้ พ.ต.อ.รณชัย รอดลอย ผกก.สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ ยังได้ลงพื้นที่อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย บ้านเกิดของนายจารุชาติ ไปสอบถามข้อมูลจากคนในครอบครัว เบื้องต้นทราบว่าก่อนเสียชีวิต นายจารุชาติมาทำงานที่เชียงใหม่ประมาณหนึ่งปี แต่ไม่กลับบ้าน และ ไม่มีใครทราบด้วยว่านายจารุชาติไปเป็นพยานในคดีสำคัญ