เนชั่นทีวี

ข่าว

รวบขบวนการมอดไม้ชาวเขมร ลักลอบตัดไม้ฝั่งไทย

30 ก.ค. 2563 | sutthirak

รวบขบวนการมอดไม้ชาวเขมร ลักลอบตัดไม้ฝั่งไทย

ผู้พิทักษ์ป่าสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 อุบลราชธานี ซุ่มจับขบวนการค้าไม้พยุงและไม้มีค่า ในพื้นที่บริเวณป่าด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือพนมพรู ท้องที่ตำบลบักดอง อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ได้ตัวมอดไม้ เป็นชาวกัมพูชา 3 คน ส่วนอีก 27 คนหลบหนีไปได้ เตรียมขยายผลจับคนไทย เป็นสายข่าวกลุ่มมอดไม้

ตามที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก ได้รายงานสถานการณ์การลักลอบตัดไม้มีค่าในพื้นที มาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 อุบลราชธานี ได้ลงพื้นที่ มอบนโยบาย การสืบสวนหาข่าว และให้เฝ้าระวังพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับรับทราบว่าขบวนการลักลอบทำไม้มีสายคอยรายงาน และแจ้งเบาะแสความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ ทำให้การปฎิบัติงานเกิดปัญหาอุปสรรค

ล่าสุด เจ้าหน้าที่จัดชุดเฉพาะกิจเข้าสืบสวนหาข่าวและเข้าปฎิบัติหน้าที่เพื่อซุ่มในพื้นที่บริเวณป่าด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือพนมพรู ท้องที่ตำบลบักดอง อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ เขตทับซ้อนป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งขวาห้วยศาลา และเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น.ของวันที่ 28 กรกฎาคม เจ้าที่ได้ยินเสียงเลื่อยโซ่ยนต์ดังห่างจากจุดดักซุ่ม 300 เมตร จึงวางแผนและจัดแบ่งทีมโอบล้อมพื้นที่ จนกระทั่งเวลา 01.45 น.ของวันที่ 29 กรกฎาคม ได้สังเกตการณ์พบมีการวางสายการเข้าออกในจุดที่แปรรูปไม้มะค่าโมง รวม 3 จุด

เมื่อสายข่าวพบความเคลื่อนไหวของเจ้าที่จึงส่งสัญญานให้แก่กลุ่มด้วยการส่งเสียงร้อง เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าไปในพื้นที่ทันที และสามารถจับกุมชาวกัมพูชา ได้ 3 คน ทราบชื่อภายหลัง ดังนี้

1.นายเซือง ซาง อายุ 24 ปี

2.นายซาน ดี อายุ 16 ปี

3.นายเจีย ซะเปียเรียก

ทั้งสามอาศัยอยู่บ้านตวลจา ต.ทำนบได อ.ตาเปรียงปราสาท จ.อุดรมีชัย

จากตรวจสอบที่เกิดพบเลื่อยโซ่ยนต์พร้อมบาร์เลื่อย2เครื่องพร้อมอุปกรณ์อี่นๆอีก5รายการและพบไม้มะค่าโมงถูกตัดล้มลงวัดขนาดของตอขนาด500ซม.พบไม้ที่แปรรูปแล้วมีขนาดความยาว2.20ม.กว้าง80ซม.หนา4ซม.จำนวน7แผ่นและพบไม้ท่อนที่ยังไม่แปรรูป2ท่อนรวม9ท่อน/แผ่นคิดเป็นปริมาตร4.1086ลบม.คิดเป็นค่าเสียหายของรัฐ161,049บาท

คณะเจ้าหน้าที่ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพ.ศ.2562มาตรา53มาตรา55(5)พ.ร.บ.ป่าไม้พ.ศ.2484มาตรา11มาตรา48มาตรา69พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติพ.ศ.2507มาตรา14และพ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติฉบับที่4 (พ.ศ.2559)มาตรา26/4พ.ร.บ.คนเข้าเมืองพ.ศ.2511มาตรา11พ.ร.บเลื่อยโซ่ยนต์พ.ศ.2545มาตรา4ได้จัดทำเรื่องราวส่งพนักงานสอบสวนสภ.ขุนหาญดำเนินคดีต่อไป

จากการสอบสวนผู้ต้องหาทราบว่าพวกตนได้เข้ามาในพื้นที่ตามช่องอ้ายนาคเพื่อมาลำเลียงไม้รวม30คนมีเจ้าของเลื่อยโซ่ยนต์ชื่อนายเอโดยนายเอและพรรคพวกหลบหนีการจับกุมไปได้27คนนายเอรู้จักกับชายไทยยังไม่ทราบชื่อและเป็นผู้แจ้งเบาะแสเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่และเป็นผู้ประสานงานในการเข้ามาแปรรูปไม้ในพื้นที่มาโดยตลอดขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลบางส่วนของชายไทยคนดังกล่าวและจะประสานการดำเนินการเพื่อขยายผล

ส่วนการเข้ามาทำไม้เจ้าของเลื่อยโซ่ยนต์จะเป็นผู้รับงานจากนายทุนฝั่งกัมพูชาและหาทีมแบกไม้ลงไปส่งให้ในช่องทางที่นัดหมายไว้โดยเจ้าของเลื่อยจะได้รับค่าจ้าง200ดองล่าร์พวกแบกจะได้รับค่าจ้างประมาณ3,000บาทต่อคน

ข่าวล่าสุด