เนชั่นทีวี

ข่าว

เปิดทาง เพิ่มตำแหน่ง "รอง ผบ.ตร."

29 ก.ค. 2563 | sitthichai_nak

เปิดทาง เพิ่มตำแหน่ง "รอง ผบ.ตร."

เปิดกฎ ก.ตร. หลัง"พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา"สำรองราชการ ระบุหากข้าราชการตำรวจประจำตร.หรือส่วนราชการใด หากถูกสั่งสำรองราชการ โดยเหตุกระทำผิดวินัยร้ายแรง สามารถพิจารณาแต่งตั้งผู้อื่นไปดำรงตำแหน่งได้ ทำให้การแต่งตั้งโยกย้ายเดือนตุลาคมปีนี้ ตำแหน่งรองผบ.ตร.เพิ่มขึ้นอีก 1 ตำแหน่ง

กรณี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งสำรองราชการ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ตามนัยข้อ 3(1)แห่งกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจประจำ ตร.หรือส่วนราชการใด หรือสำรองราชการ ในส่วนราชการใด พ.ศ.2548 เนื่องจาก ถูกกล่าวหาว่า กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง โดยมีพฤติการณ์และการกระทำเข้าลักษณะมีเจตนาเปิดเผยความลับของทางราชการ และฝ่าฝืนระเบียบคำสั่งว่าด้วยการให้ข่าวสัมภาษณ์ ก่อให้เกิดคววามเสียหายต่อภาพลักษณ์ของ ตร.อย่างร้ายแรง
ประกอบกับ กองบังคับการปราบปราม ได้รับคำร้องทุกข์ในกรณีกล่าวโทษว่า มีการกระทำอันเป็นการทำผิดต่อรัฐ มีมูลเข้าข่ายตามความผิด พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 74 และตามประกาศของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัติย์ทรงเป็นประมุขฉบับที่ 21 เรื่อง การห้ามดักฟังทางโทรศัพท์และเครื่องมือสื่อสารอื่นใด
เมื่อวันที่ 29 ก.ค.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจประจำ ตร.หรือส่วนราชการใด หรือสำรองราชการ ในส่วนราชการใด พ.ศ.2548 ระบุว่า ข้อ 3 ระบุว่า การสั่งให้ข้าราชการตำรวจสำรองราชการในส่วนราชการใด โดยให้พ้นจากตำแหน่ง หน้าที่เดิม ให้สั่งได้เมื่อมีเหตุในกรณีหนึ่งกรณีใด (1) ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงจนถูกตั้งกรรมการสอบสวนหรือต้องหาว่ากระทำผิดอาญาหรือถูกฟ้องคดีอาญา เว้นแต่ความผิดซึ่งถูกฟ้องหรือต้องหาเป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ หรือสืบเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ แต่ยังไม่ถึงขั้นถูกสั่งพักราชการหรือสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามมาตรา 95

เมื่อมีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจสำรองราชการตามวรรคหนึ่งแล้วให้กันตำแหน่งเดิมหรือตำแหน่งในระดับเดียวกันกับตำแหน่งเดิมของผู้ที่ถูกสั่งให้สำรองราชการไว้ มีกำหนด 3 เดือน นับตั้งแต่วันที่คำสั่งสำรองราชการมีผลใช้บังคับ หากผู้ที่ถูกสั่งให้สำรองราชการยังไม่หมดเหตุสำรองราชการภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้พิจารณาแต่งตั้งผู้อื่นไปดำรงตำแหน่งที่กันไว้ได้
ทั้งนี้การสั่งให้ข้าราชการตำรวจตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จเรตำรวจแห่งชาติ และ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือตำแหน่งเทียบเท่า ประจำหรือสำรองราชการในส่วนราชการใด ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง นับตั้งแต่วันประจำหรือสำรองราชการตามมาตรา 104
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การสั่งสำรองราชการ พล.ต.อ.วิระชัย ทำให้การแต่งตั้งโยกย้าย ผบก.-รอง ผบ.ตร. ในเดือนตุลาคมนี้ มีตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. ว่างเพิ่มอีก 1 ตำแหน่ง ซึ่งจากเดิมว่างเพียง 2 ตำแหน่งคือตำแหน่งของ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รองผบ.ตร. และ รองผบ.ตร.ที่จะขึ้นเป็น ผบ.ตร. รวมแล้วจะทำให้เหลือที่นั่งว่างในระดับ รองผบ.ตร. 3 ตำแหน่งด้วยกัน

ข่าวล่าสุด