เนชั่นทีวี

ข่าว

"ตรวจสอบ"หรือ"เอาคืน"

25 ก.ค. 2563 | chairat_pat

"ตรวจสอบ"หรือ"เอาคืน"

นับเป็นอีกหนึ่งนักร้องเสียงดี หากเอ่ยชื่อ "เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ" มือยื่นให้หน่วยงานภาครัฐตรวจสอบ เมื่อพบพิรุธ สงสัย รวมถึงความไม่ชอบมาพากล โดยเฉพาะทรัพย์สินของบุคคลทางการเมือง

แต่ดูจะกลายเป็นประเด็นให้ถูกตั้งข้อสังเกตไปยังความขัดแย้ง เพราะเมื่อวันที่ 23 ก.ค. เรืองไกร ได้มีการเปิดเผยกับสื่อมวลชน ว่าในวันที่ 24 ก.ค. จะเดินทางเข้ายื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบ 2 ส.ส. พรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ บุตรชาย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ส่วนอีกราย คือ ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม ในฐานะรองหัวหน้าพรรค และอดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ สมัยรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 
จากกรณีการแสดงบัญชีทรัพย์สินไม่สอดคล้องกัน โดย จุลพันธ์ เป็นการยื่นบัญชีบ้านและที่ดิน ขณะที่ ยุทธพงศ์ ยื่นบัญชีแสดงทรัพย์สินคู่สมรส จึงเป็นเหตุอันควรสงสัยเกี่ยวกับบัญชีบ้านและที่ดิน กับบัญชีทรัพย์สินอื่น

ก่อนเป็นที่มาให้ ยุทธพงศ์ ออกโรงตอบโต้ เรืองไกร ชนิดทันควัน โดยมองว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง เนื่องจากผิดหวังไม่ได้นั่งใน กมธ.งบประมาณ 2564 ก่อนมายื่นเรื่องให้ป.ป.ช.ตรวจสอบ โดยพุ่งเป้าไปยังนาฬิกาเรือนหรู แบรนด์ Patek Philippe ของภรรยาราคาหลักล้าน
โดยยุทธพงศ์ ยืนยันนาฬิกาเรือนดังกล่าว เป็นทรัพย์สินมีมาแต่เดิม ซึ่งครอบครัวของภรรยามีฐานะ เป็นผู้ถือหุ้นอันดับสอง บริษัทไทยเบฟเวอร์เรจ และยืนยันว่าพร้อมให้ตรวจสอบในเรื่องนี้
ทั้งหมดจึงเสมือนการเอาคืนทางการเมือง เพราะก่อนหน้านี้ช่วงกลางเดือนก.ค. เรืองไกร ได้ยื่นหนังสือลาออกจากพรรคเพื่อไทย พร้อมกับระบุสาเหตุไว้ในจดหมายเปิดผนึก

ซึ่งใจความตอนหนึ่งของจดหมาย ระบุว่า มีระดับผู้ใหญ่พรรค นาย ภ. ติดต่อผ่านทางโทรศัพท์ เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ขอร้องไม่ให้รับตำแหน่งในกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 พร้อมทั้งทิ้งท้ายในจดหมายน้อย ให้หัวหน้าพรรค รวมถึง นาย ภ. อธิบายเหตุผลในการเปลี่ยนชื่อ เพื่อไม่ให้ค้างคาใจต่อกัน ก่อนเป็นที่มายื่นเรื่องต่อ ป.ป.ซ. ให้มีการตรวจสอบ 2 ส.ส.จากพรรคเพื่อไทย 
แม้ เรืองไกร ยืนยันที่ทำไม่ได้เกิดจากความโกรธแค้น หรือเป็นเพราะปัญหาส่วนตัวที่มีกับพรรคเพื่อไทยก่อนหน้านี้ พร้อมย้ำว่าหากพบบุคคลใด มีรายละเอียดแปลกๆ ไม่ตรงกับความเป็นจริง ก็จะยื่นตรวจสอบทุกคนไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด
แต่ไม่ว่าอย่างไร ก็เป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อจากนี้ ว่าท้ายสุดแล้ว "หน้าที่" หรือเพียงแค่ "แค้นรอชำระ"

ข่าวล่าสุด