กระแสเรียกร้องที่สังคมอยากรู้ก็คือ อะไรเป็น "หลักฐานสำคัญ" หรือ "หลักฐานใหม่" ที่ทำให้อัยการสั่งคดีใหม่ เปลี่ยนจาก "สั่งฟ้อง" เป็น "สั่งไม่ฟ้อง"
ก่อนอื่นต้องย้อนเรื่องคดีนี้แบบสั้นๆ เหตุเกิดปี 55 ผ่านมา 5 ปี คือปี 60 มีข่าวดังจากสื่อต่างประเทศว่านายบอสใช้ชีวิตสุขสบายที่เมืองนอก ในขณะที่ข้อหาต่างๆ ทยอยขาดอายุความ
ครั้งนั้นคณะทำงานของอัยการต้องตั้งโต๊ะแถลงข่าวใหญ่ ชี้แจงว่ามีบางข้อหาขาดอายุความจริง แต่ข้อหาหลักยังอยู่ในอายุความ คือข้อหาขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
ย้อนไปดูข้อมูลของอัยการตอนนั้น แบ่งข้อหาเป็น 3 ข้อหาดังนี้
1. ขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ขาดอายุความตั้งแต่หลังเกิดเหตุครบ 1 ปี
2. ไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือผู้ถูกชน ขาดอายุความเป็นข้อหาที่ 2
3. ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ยังอยู่ในอายุความ (หมดอายุความปี 2570)
ทั้ง 3 ข้อหา เคยเป็นข้อหาที่ตำรวจ หรือ "พนักงานสอบสวน" มีความเห็น "สมควรสั่งฟ้อง" และส่งสำนวนมาให้อัยการ โดยในส่วนของข้อหาเมาแล้วขับ ตำรวจไม่ฟ้อง จะเห็นได้ว่าเมื่อฟ้องมาแล้ว 3 ข้อหา ก็ขาดอายุความอีก 2 ข้อหา เมื่อยังไม่ได้ตัวนายบอสมาฟ้องตามกำหนดอายุความ ก็ต้องถือว่าคดีสิ้นสุดไป
เหลือเฉพาะข้อหาที่ 3 ข้อหานี้สำคัญ เพราะอัยการเคยสั่งฟ้องไปแล้ว แต่มาเปลี่ยนคำสั่งในภายหลัง
ข้อหานี้บัญญัติในประมวลกฎหมายออาญา มาตรา 291 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 20,000 บาท อายุความ 15 ปี