การส่งออกภาพรวม (ไม่รวมทอง) ในเดือนมิถุนายนหดตัวน้อยลงจากเดือนก่อนหน้าตามคาดหลังจากมีการผ่อนคลายมาตรการปิดเมืองของหลายประเทศ โดยการส่งออกเดือนมิถุนายนที่หดตัวในระดับใกล้เคียงกับเดือนก่อน เป็นผลมาจากการหดตัวของการส่งออกทองคำกว่า -86%YOY ซึ่งหากหักทองคำ การส่งออกจะหดตัวน้อยลงเหลือเพียง -17.3%YOY ทั้งนี้สินค้าส่งออกมีทิศทางหดตัวน้อยลงในหลายจำพวก โดยเฉพาะในหมวดเครื่องไช้ไฟฟ้า และเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่สินค้าอาหารแปรรูป และสินค้าอุตสาหกรรมประเภทคอมพิวเตอร์ เคมีภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์ยาง สามารถพลิกกลับมาขยายตัวได้ อย่างไรก็ดี การส่งออกสินค้าเกษตรพลิกหดตัวหลังจากขยายตัวในเดือนก่อนตามการหดตัวของการส่งออกข้าว ยางพารา และน้ำตาลทราย
EIC คงประมาณการส่งออกปี 2020 หดตัวที่ -10.4% โดยคาดว่าภาวะการค้าโลกจะเริ่มฟื้นตัวอย่างช้า ๆ ในระยะต่อไป ตามการผ่อนคลายมาตรการปิดเมือง กอปรกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของหลายประเทศ ที่ทำให้กิจกรรมเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว รวมถึงปัญหา supply chain disruption ที่มีแนวโน้มคลี่คลายลง โดยล่าสุด ข้อมูลการส่งออกของหลายประเทศสำคัญเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว สอดคล้องกับ Global PMI: export orders ที่ปรับดีขึ้นในช่วงหลัง สะท้อนการส่งออกไทย (ไม่รวมทองคำ) ที่มีแนวโน้มปรับดีขึ้นในระยะข้างหน้า
อย่างไรก็ดี ในช่วงที่เหลือของปี การส่งออกไทยยังมีอุปสรรคและปัจจัยเสี่ยงอีกหลายประการ ได้แก่
ความเสี่ยงของ COVID-19 ที่จะกลับมาแพร่ระบาดอย่างรุนแรงอีกครั้งในหลายประเทศ โดยล่าสุด จากรูปที่ 4 จะเห็นได้ว่า มีบางประเทศที่ต้องกลับมาใช้มาตรการควบคุมโรคที่เข้มงวดเพิ่มขึ้น หลังจากผ่อนคลายไปในช่วงก่อนหน้า ซึ่งอาจส่งผลต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศดังกล่าวได้ นอกจากนี้ หากมีการระบาดรุนแรงอีกครั้ง ก็ย่อมทำให้ราคาน้ำมันปรับลดลงเพิ่มเติม ซึ่งจะกดดันมูลค่าส่งออกสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมันของไทย เช่น น้ำมันสำเร็จรูป และปิโตรเคมี ผ่านราคาสินค้าส่งออกที่ลดลง
ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีน ที่เริ่มกลับมาเป็นประเด็นอีกครั้งตั้งแต่เดือนพฤษภาคม หลังสหรัฐฯออกมาตรการกดดันจีนด้านต่าง ๆ เพื่อให้จีนทำตามข้อเรียกร้องและทำตามเป้าหมายข้อตกลงการค้าระยะแรก รวมถึงล่าสุด ที่สหรัฐฯ ได้มีการสั่งปิดสถานกงสุลจีนในเมืองฮุสตัน และจีนตอบโต้ด้วยการสั่งปิดสถานกงสุลสหรัฐฯ ในเมืองเฉิงตู ซึ่งอาจเป็นชนวนให้เกิดความขัดแย้งและการตอบโต้เพิ่มเติมระหว่างกันในระยะต่อไปได้
การเลือกตั้งสหรัฐฯ ที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2020 ซึ่งทำให้ความไม่แน่นอนทางนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ที่มีต่อประเทศต่าง ๆ สูงขึ้น รวมถึงความผันผวนของตลาดเงินที่อาจเกิดขึ้นได้