(25 กรกฎาคม 2563) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกระแสข่าวที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เตรียมตัดงบค่าตอบแทนอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. จำนวน 500 บาท จาก 19 เดือน เหลือเพียง 6 เดือน ว่า รัฐบาลตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. ขึ้นมาตั้งแต่เดือนมี.ค. ประกาศโควิด-19 เป็นโรคติดต่อร้ายแรง และออกพ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท โดยกระทรวงสาธารณสุข ได้รับการจัดสรรงบ 45,000 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขทุกฝ่ายได้หารือกันรอบคอบแล้ว ว่าต้องตอบแทนความเสี่ยงภัยของ อสม. ที่ช่วยให้ประเทศไทยปลอดภัยจากโควิด-19 มาถึงทุกวันนี้ (25ก.ค.) และสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ถือว่าเป็นผลงานสำคัญของ อสม.ทั่วประเทศ ซึ่งการจัดวงเงินตอบแทน อสม. ก็อยู่ในวงเงินที่ได้รับจัดสรร ไม่ได้ขอเงินเกินงบประมาณ ดังนั้น จึงไม่เห็นด้วยที่จะมีการปรับลดงบที่จะให้ อสม. เพราะเป็นผู้เสี่ยงภัย เมื่อสถานการณ์ดีขึ้นจะลืมกลุ่มคนที่ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นได้อย่างไร
"การพิจารณาของหน่วยงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาสุขภาพของประชาชน แล้วมาตัดสินใจมาแบบนี้ ผมก็ต้องใช้สิทธิ์ ในฐานะที่เป็นรมว.สาธารณสุข และผมยังเชื่อว่าเพื่อนใน ครม. มีพรรคการเมืองร่วมรัฐบาล หรือแม้กระทั่งพรรคร่วมฝ่ายค้านจะช่วยกันปกป้อง และดูแลเรื่องเงินตอบแทน อสม. ให้มากที่สุด ขณะที่สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชน ที่ประกอบด้วยฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ก็สนับสนุนตามแนวทางนี้ ดังนั้น คนที่จะมาตัด จะมายุ่งอะไร รู้ได้ยังไงว่าให้แค่นี้พอแล้ว รู้หรือไม่ว่าเขาทำงานหนักแค่ไหน รู้หรือไม่ อสม. เสียชีวิตไปกี่คน เจ็บป่วยไปกี่คน พิการไปกี่คน เพราะฉะนั้น คนที่ทำหน้างานประชุมอยู่เฉยๆ มันคนละบัญชีกัน" นายอนุทิน กล่าว