เนชั่นทีวี

ข่าว

โควิดทุบ 'ส่งออก' ทั้งปีหดตัว 8-9%

24 ก.ค. 2563 | Chatchai

โควิดทุบ 'ส่งออก' ทั้งปีหดตัว 8-9%

ติดตามภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทย ประจำเดือนมิถุนายน 2563 และครึ่งแรกของปี 2563 รายงานสดจากกระทรวงพาณิชย์ กับคุณมิ้ลค์ กรรณิการ์ รุ่งกิจเจริญกุล ในเจาะลึกเศรษฐกิจ เนชั่นบิซอินไซต์

.นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า(สนค.) เผยว่าในเดือนมิถุนายน 2563 สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรของไทย โดยเฉพาะสินค้าอาหาร ยังคงเป็นที่ต้องการของตลาดโลกและสามารถรักษาอัตราการขยายตัวของการส่งออกภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ยังไม่คลี่คลายในหลายประเทศ เนื่องจากสินค้าไทยเป็นสินค้ามีคุณภาพ มีมาตรฐาน และปลอดภัย โดยสินค้าที่มีอัตราการขยายตัวดีอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ไก่สดแช่เย็น แช่แข็ง และแปรรูป สิ่งปรุงรสอาหาร เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ อาหารสัตว์เลี้ยง ผักและผลไม้สดแช่แข็ง กระป๋องและแปรรูป 
ขณะที่ไข่ไก่ขยายตัวในระดับสูงเป็นเดือนที่ 2 หลังจากสามารถส่งออกได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2563 นอกจากนี้ สินค้าข้าวพรีเมียมยังขยายตัวได้ดีเช่นกัน อาทิ ข้าวหอมมะลิ ข้าวกล้อง และข้าวขาว 100% อย่างไรก็ดี สินค้าที่ยังหดตัว ได้แก่ น้ำตาลทราย และผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง โดยมีสาเหตุมาจากปัญหาด้านอุปทานที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง และโรคใบด่างมันสำปะหลัง ทำให้ไทยมีปริมาณการส่งออกลดลง 
สำหรับการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม สินค้าที่ขยายตัวยังคงเป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการทำงานที่บ้าน  และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ฯ เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน เตาอบไมโครเวฟ ตู้เย็น ตู้แช่แข็งและส่วนประกอบ เครื่องซักผ้าและส่วนประกอบ อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์ และไดโอด (โซลาร์เซลล์) และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันการติดเชื้อและลดการแพร่ระบาด เช่น เครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ และถุงมือยาง ที่ขยายตัวอยู่ในระดับสูง แต่การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมหลักยังคงหดตัวตามภาวะเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าในหลายประเทศ ซึ่งมีกำลังซื้อลดลง ได้แก่ รถยนต์ อัญมณีและเครื่องประดับ(ไม่รวมทองคำ) ที่มีการหดตัวต่อเนื่อง เนื่องจากผู้บริโภคในต่างประเทศยังคงมุ่งเน้นการบริโภคสินค้าจำเป็นมากกว่าสินค้าฟุ่มเฟือยที่มีราคาสูง 
ในขณะเดียวกัน การส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปยังคงหดตัวตามความต้องการใช้น้ำมันที่ยังฟื้นตัวได้อย่างจำกัด และราคาน้ำมันที่ยังทรงตัวต่ำกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้การส่งออกสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ได้แก่ เม็ดพลาสติก ยังคงหดตัวตามทิศทางน้ำมันและภาวะเศรษฐกิจโลก 
ส่งผลให้ภาพรวมการส่งออกไทยในเดือนมิถุนายน 2563 มีมูลค่า 16,444.29 ล้านดอลลาร์ หดตัว23.17% ขณะที่การส่งออกครึ่งปีแรกมีมูลค่า 114,342.97 ล้านดอลลาร์ หดตัว 7.09% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สำหรับตลาดการส่งออกยังขยายตัวได้ในหลายประเทศ ได้แก่ จีน สหรัฐฯ ทวีปยุโรป อย่างไอร์แลนด์ โปแลนด์ เดนมาร์ก และตะวันออกกลางอย่างสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ขณะที่การนำเข้า มีมูลค่ากว่า 103,642 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หดตัว 12.62% ส่งผลให้ครึ่งแรกของปี 2563 การค้าเกินดุล 10,700.95 ล้านดอลลาร์
ทั้งนี้ แนวโน้มและมาตรการส่งเสริมการส่งออกปี 2563การส่งออกของไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 ยังคงมีความท้าทาย คาดว่าอาจหดตัวเป็นตัวเลขหลักเดียวคือ8-9% โดยมีปัจจัยกดดันการส่งออก ได้แก่ การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลต่อกำลังซื้อที่ลดลงของประชาชนอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าหลายประเทศในเอเชียจะเริ่มฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดแล้วก็ตาม แต่ยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดการล็อกดาวน์จากการแพร่ระบาดรอบสอง ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สหรัฐฯ-จีน และจีน-อินเดีย สร้างความไม่แน่นอนต่อนโยบายการค้าและเศรษฐกิจโลก และการแข็งค่าของเงินบาท ส่งผลต่อขีดความสามารถทางการแข่งขันด้านราคา
ในขณะที่ปัจจัยสนับสนุนการส่งออก ได้แก่ การขนส่งสินค้าที่คล่องตัวขึ้น โดยเฉพาะการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน โดยไทยและประเทศเพื่อนบ้านต่างเริ่มผ่อนคลายเปิดจุดผ่านแดนสำคัญๆ ให้สามารถทำการขนส่งสินค้าได้หลายช่องทางมากขึ้น

ข่าวล่าสุด