เนชั่นทีวี

ข่าว

สอย"อัยการสูงสุด-ตร."ปล่อย"บอส อยู่วิทยา"ลอยนวล

24 ก.ค. 2563 | chairat_pat

สอย"อัยการสูงสุด-ตร."ปล่อย"บอส อยู่วิทยา"ลอยนวล

"ศรีสุวรรณ จรรยา" เตรียมเข้าพบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติสัปดาห์หน้า ฟ้อง "อัยการสูงสุด-ตำรวจ" เอาผิดวินัย-อาญา กรณีปล่อยทายาทเครื่องดื่มชูกำลังลอยนวลจากเหตุชนแล้วหนี

(24 กรกฎาคม 2563) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า จากกรณีสำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างคำสัมภาษณ์ของ ผกก.สน.ทองหล่อ ระบุว่า อัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มชูกำลัง ทุกข้อกล่าวหา และพนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติศาล เพิกถอนหมายจับในคดีขับรถชนตำรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิต เมื่อปี 2555 จนทำเอาชาวโซเชียลวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องนี้ และล่าสุดวันนี้โฆษกและรองโฆษก สนง.ตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาแถลงยืนยันว่าอัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่ฟ้องจริง
นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า กรณีนี้มีข้อสงสัยอยู่ว่า อัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธได้อย่างไร ในเมื่อคดีขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตาม ป.อ.มาตรา 291 มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมีอายุความถึง 15 ปี โดยจะขาดอายุความในปี 2570 ซึ่งยังมีระยะเวลาอีกหลายปี ที่ตำรวจจะต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนเพื่อนำคนผิดมาลงโทษ
"การเพิกถอนหมายจับ จึงอาจเป็นการใช้อำนาจอย่างเลือกปฏิบัติและทุจริตต่อหน้าที่ได้ ไม่เช่นนั้นผู้ที่กระทำความผิดในลักษณะเดียวกัน หากหนีคดีได้เพียง 7-8 ปี ก็จักทำให้อัยการถอนหมายจับได้ทุกคดีทุกกรณีเช่นนั้นหรือไม่ หรือเป็นดั่งข้อครหาของสังคมที่ว่าคุกมีไว้ขังคนจน เท่านั้น ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริงกระบวนการยุติธรรมไทยและระบบนิติรัฐ คงต้องปฏิรูปกันอย่างจริงจังเสียที"

ทั้งนี้ ในอดีตเมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2560 ที่สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เคยยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ไต่สวนเอาผิด ผบ.ตร. ผบช.น. อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ อัยการเจ้าของสำนวนและพวก ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่มาแล้ว ฐานปล่อยให้นายวรยุทธ อยู่วิทยา ผู้ต้องหาคดีอาญาขับรถชนเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต หลบหนีออกนอกประเทศ และเจ้าหน้าที่ตำรวจและอัยการละเลยปฏิบัติหน้าที่ โดยอาจประวิงเวลาให้คดีล่าช้า เพราะเจ้าหน้าที่สำนวนคดีมีการเลื่อนฟ้อง 5-6 ครั้งต่อศาล ทำให้นายวรยุทธหลบหนีไปต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเร่งดำเนินการจับผู้ร้ายข้ามแดนได้ แต่กลับโยนเรื่องกันไปมา จนคดีหมดอายุความไปแล้ว 4 ข้อหา คือ ขับรถขณะเมาสุรา ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ขับรถโดยประมาททำให้ทรัพย์สินเสียหาย และไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือ ส่วนคดีขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย กลับเร่งรีบมาดำเนินการถอนหมายจับ ทั้งๆที่ยังไม่หมดอายุความ โดยที่ตำรวจก็มิได้คัดค้านแต่อย่างใด
"การกระทำดังกล่าวของอัยการสูงสุดและตำรวจเจ้าของคดี จึงอาจเข้าข่ายความผิดทางวินัยและความผิดอาญาหรือไม่ สมาคมฯจึงจำต้องนำความไปร้อง ป.ป.ช. เพื่อให้ไต่สวนและสอบสวนเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไปในสัปดาห์หน้า" นายศรีสุวรรณ กล่าว

ข่าวล่าสุด