และการติดเชื้อยังลุกลามอย่างรวดเร็วและใช้เวลาน้อยลงเรื่อยๆ ในการแตะหลักล้านโดยนับตั้งแต่พบผู้ติดเชื้อครั้งแรกเมื่อวันที่ 21 มกราคม ก็ใช้เวลา 93 วัน ก่อนจะทะลุ 1 ล้านคน จากนั้นใช้เวลา 43 วัน ทะลุ 2 ล้านคน ใช้เวลา 27 วัน ทะลุ 3 ล้านคน และใช้เวลาแค่ 16 วัน ก็ทะลุ 4 ล้านคน โดยมีอัตราเฉลี่ยพบเคสใหม่ 43 เคสต่อนาที และเมื่อเทียบกับใน 20 ประเทศ ที่เผชิญการระบาดรุนแรงที่สุด สหรัฐฯอยู่อันดับ 2 เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรต่อหัว โดยมีผู้ติดเชื้อ 120 คน ต่อประชากร 10,000 คน เป็นรองแค่ชิลี ส่วนผู้เสียชีวิตคิดเป็น 4.4 ต่อประชากร 10,000 คน อยู่อันดับ 6 ของประเทศที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในโลกเมื่อเทียบจำนวนประชากรต่อหัว เป็นรองสหราชอาณาจักร,สเปน, อิตาลี, ชิลีและฝรั่งเศส
แต่รัฐบาลกลาง ผู้ว่าการรัฐ และนายกเทศมนตรี กลับยังคงไม่ลงรอยกันในเรื่องแนวทางรับมือการระบาด ทำให้เกิดความสับสนในการออกกฎเกณฑ์ต่างๆ มาบังคับใช้เช่น บังคับสวมหน้ากากในที่สาธารณะ และภาคธุรกิจจะกลับมาเปิดได้เมื่อใด ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่งกลับลำหันมาสนับสนุนให้คนอเมริกันสวมหน้ากากเป็นครั้งแรก เมื่อไม่กี่วันก่อน