ผลการสำรวจล่าสุดพบมุมมองต่อความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่แตกต่างกันระหว่างองค์กรและผู้บริโภคซึ่งถือเป็นสิ่งที่ต้องการการแก้ไขอย่างเร่งด่วนก่อนที่จะมีอาชญากรรมทางไซเบอร์เกิดขึ้น
จากผลสำรวจที่ได้รับการสนับสนุนโดยมาสเตอร์การ์ดและจัดทำโดย Harvard Business Review Analytic Services ร้อยละ 62 ของผู้บริโภคมีความกังวลเกี่ยวกับการฉ้อโกงหรือการโจรกรรมเอกลักษณ์บุคคล ในขณะที่เพียงร้อยละ 43 ขององค์กรมีความกังวลต่อประเด็นดังกล่าว
ตัวเลขที่ต่างกันนี้มีความอันตรายและอาจจะส่งผลต่อองค์กรในโลกที่เชื่อมต่อกันอย่างมากในปัจจุบัน ผลกระทบทางเศรษฐกิจของอาชญากรรมด้านไซเบอร์นั้นมีความรุนแรงอย่างชัดเจน โดยคาดการณ์ว่าในปี 2021 ผลกระทบทางเศรษฐกิจจะมีมูลค่าถึง 6 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่าปี 2015 ที่ 3 ล้านล้านดอลลาร์ถึงเท่าตัว นอกจากนี้การสูญเสียความไว้วางใจจากกลุ่มลูกค้าก็เป็นอีกเรื่องที่น่ากังวล การใช้งบประมาณไปกับการป้องกันด้านไซเบอร์เพิ่มขึ้น 12-15 เปอร์เซ็นต์ต่อปี แต่จำนวนอาชญากรรมด้านไซเบอร์กลับนำหน้าการป้องกันที่ถูกนำมาปรับใช้ ทำให้เห็นว่าการป้องกันทางไซเบอร์ถือเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญและควรใช้ทรัพยากรในการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ
เพื่อตอบสนองความคาดหวังของผู้บริโภค องค์กรต้องพัฒนาและยกระดับมาตรการการลงทุนอย่างฉลาดมากขึ้น แนวคิดที่ว่าความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เป็นมากกว่าเรื่องของเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นหลักสำคัญในการป้องกันปัญหาที่อาจเกิดในอนาคต และถึงแม้ว่าประเด็นความปลอดภัยทางไซเบอร์จะเป็น 1 ใน 3 ปัญหาหลักระดับโลกในทุกอุตสาหกรรม แต่ก็ยังมีช่องทางที่องค์กรยังสามารถพัฒนาในเรื่องดังกล่าวด้วยการลงทุนด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ โครงสร้างการรายงานในองค์กร และการจัดระดับผู้บริหารความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศในองค์กร ดังนั้น ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ถือเป็นความรับผิดชอบและข้อผูกพันของทุกคนไม่ว่าจะตำแหน่งไหนก็ตาม
การซื้อฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เพิ่มมากขึ้นไม่ได้หมายความว่า จะช่วยให้สามารถปกป้องข้อมูลได้ดีขึ้น หลายๆ บริษัทได้ใช้วิธีเพิ่มชั้นของการปกป้องข้อมูลให้ซับซ้อนขึ้นด้วยการเพิ่มเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องมาหลายปี โดยไม่ได้ปรับปรุงระบบความปลอดภัยหรือลดความเสี่ยงของตนลงอย่างแท้จริง
สิ่งที่ตามมาคือ โซลูชั่นที่เอาหลายสิ่งหลายอย่างมาผสมกัน แต่ไม่สอดรับกันอย่างเหมาะเจาะ และยังต้องหาทีมงานด้านความปลอดภัยที่ใหญ่ขึ้นเพื่อให้สามารถดูแลระบบเหล่านั้นได้ พร้อมไปกับข้อมูลดิบจำนวนมากที่ยากต่อการเอามาใช้อย่างมีประสิทธิภาพพอในเชิงธุรกิจ
แทนที่จะผัดผ่อนการลงทุนด้านไซเบอร์ไปเรื่อยๆ ธุรกิจจำเป็นต้องคิดถึงความจำเป็นในแต่ละปี และลงทุนเฉพาะกับโซลูชั่นที่ให้ผลตอบแทนจากการลงทุนที่วัดได้ชัดเจนและช่วยลดความเสี่ยงทางไซเบอร์