มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.) เปิดเผยสถานการณ์ผู้บริโภคในช่วงไตรมาสแรกของปี 2563 โดยตั้งแต่เดือนเมษายน - เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มพบ. และเครือข่ายผู้บริโภคได้ให้คำปรึกษาและรับเรื่องร้องเรียนทั้งหมด จำนวน 1,246 เรื่อง
เนื่องจากช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ ยังคงมีการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 (COVID-19) ปัญหาบางส่วนของผู้บริโภคจึงเป็นผลพวงมาจากโควิดด้วย สำหรับปัญหาที่ผู้บริโภคได้รับผลกระทบอันดับหนึ่ง เป็นเรื่องอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพ มีเรื่องร้องเรียน 409 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 32.83 ของจำนวนผู้ร้องเรียนทั้งหมด อันดับสอง เรื่องสินค้าและบริการทั่วไป มีเรื่องร้องเรียน 329 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 26.40 และอันดับที่สาม คือ เรื่องบริการสาธารณะ มีเรื่องร้องเรียน 250 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 20.06
เมื่อดูรายละเอียดของเรื่องร้องเรียนจะพบว่า หมวดอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพ (409 เรื่อง) ปัญหาที่พบส่วนใหญ่จะเป็นการร้องเรียนเรื่องเจลแอลกอฮอล์ที่ไม่มีเลข อย. และการนำหน้ากากอนามัยมาแพ็คแบ่งขายผ่านออนไลน์ นับเป็นการขายสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพมาตรฐาน เสี่ยงต่อสุขภาพทางเดินหายใจของผู้บริโภค นอกจากนี้ ยังพบปัญหาการโฆษณาที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง เป็นเท็จ หรือหลอกลวง ปัญหาการขายยาโดยไม่มีเภสัชกร รวมถึงปัญหาการขายผลิตภัณฑ์ที่ฉลากถูกยกเลิกใช้อีกด้วย
สำหรับหมวดสินค้าและบริการทั่วไป (329 เรื่อง) พบปัญหาเกี่ยวกับเจลแอลกอฮอล์และหน้ากากอนามัยเช่นกัน โดยเป็นเรื่องการขายสินค้าเจลแอลกอฮอล์และหน้ากากอนามัยที่มีราคาแพงเกินจริง ราคาไม่ตรงป้ายสินค้า หรือไม่ได้รับสินค้าตามที่สั่งซื้อ โดยส่วนใหญ่มักเป็นการซื้อขายผ่านเว็บไซต์หรือร้านค้าออนไลน์