คุณสนธิญาณกล่าวอีกว่าม็อบมุ้งมิ้งโจมตีสถาบันกษัตริย์เกินไป เพราะนายกฯบอกว่าจะไม่ใช้มาตรา 112 หรือเปล่า?
นพ.วรงค์ : "พวกนี้มีมายเซ็ต เขาอาจมีความคิดบางอย่างอยู่แล้ว แต่ไม่กล้าแสดงออกแต่การที่มีธนาธรออกมาแบบนี้ งานนี้ท้าทายนะ เพราะรูปแบบม็อบฮ่องกงกับไทยคล้ายๆ กัน ฮ่องกงเรียกร้องประชาธิปไตย แต่แฝงเรื่องการปลดปล่อยประเทศตัวเอง จะแยกตัวเองออกจากจีน แต่ของเราก็ประชาธิปไตยเหมือนกัน แต่จาบจ้วงเบื้องสูง นั่นคือกระบวนการที่ทำงานคล้ายกัน การที่นายกฯ บอกว่า 112 พระองค์ท่านไม่อยากให้ใช้ ผมใช้ภาษาชาวบ้านว่านี่คือความเมตตาปราณี รัฐบาลใช้ความรุนแรงตอนนี้ไม่ได้ จะไปเข้าทางเขา แต่เชื่อว่าสังคมแสดงออกเยอะ มีคนแสดงให้เห็นว่ารับไม่ได้ เห็นลางความพ่ายแพ้ของม็อบตั้งแต่จุดเริ่มต้นเลย"
ดร. เสรี : "จำนวนคนภักดีมีเยอะ เขารับไม่ได้หรอกทั้งป้ายจาบจ้วง ทั้งการปราศรัยต่างๆ นานา ฉะนั้นสิ่งที่เป็นเป้าหมายของเขา อยากเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง แต่คนไทยจำนวนมากยอมรับไม่ได้ เขาไม่มีวันประสบความสำเร็จในเรื่องนี้อย่างแน่นอน ไม่ว่าเขาจะแอบแฝงเป็นอีแอบหรือชัดเจนยังไง ไม่สำเร็จค่ะ"
พอจะวิเคราะห์ได้มั้ยในม็อบมุ้งมิ้งแบ่งแยกเป็นใครได้บ้าง?
นพ.วรงค์ : "ถ้าเราดูจากตัวละครที่แสดง แยกเป็น 2 ส่วน ส่วนมวลชนที่มา กับส่วนที่หนุนหลังเขา ส่วนมวลชนก็ชัดเจน ป้ายที่เขาถือ ชัดเจนว่ากลุ่มนี้คือกลุ่มคุณปวิน ที่พยายามปลุกระดมในกลุ่มของเขา ทราบข่าวว่าเขามีสมาชิกเป็นแสน ในการปลุกระดมเชิญชวนให้มา แน่นอนส่วนหนึ่งก็มาจากกลุ่มนี้ และอีกกลุ่ม กลุ่มแกนนำศึกษา ที่เป็นมวลชนจัดตั้งนักศึกษาอนาคตใหม่ กลุ่มนี้ก็ไปปลุกระดมนักศึกษาอีกทีมาร่วม ที่เหลือก็เป็นแนวร่วม ทั้งแดงเก่า ส้มใหม่อะไรก็แล้วแต่ นี่เป็นมวลชนหลักๆ ที่เขาจัดมา ขณะเดียวกันผมมองว่าบนเวที คนอยู่เบื้องหลังเวทีหนีไม่พ้นอนาคตใหม่ เพราะตัวละครหลักๆ บนเวทีคือตัวพระเอกที่เขาจัดตั้งไว้เป็นพรรคอนาคตใหม่ แต่จุดที่เป็นห่วงคือเอ็นจีโอต่างประเทศที่มาสนับสนุนการทำกิจกรรมในครั้งนี้ ซึ่งถือว่าอันตราย"
พลังบริสุทธิ์ พลังนักศึกษามีมั้ย?
นพ.วรงค์ : "เราสนับสนุนพลังบริสุทธิ์ของนักศึกษา แต่เราคัดค้านไม่เห็นด้วย ที่คนใช้พลังบริสุทธิ์นศ. มาหาผลประโยชน์ทางการเมือง ผมว่ากระแสวัยรุ่นก็ตามเพื่อน ฟังข้อมูลด้านเดียว แต่ ณ ขณะนี่เป็นช่วงเริ่มต้นของการจัดม็อบ ต้องดูอีกสักระยะ เราจะเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น"
ดร.เสรี : "เหตุการณ์นี้คงไม่ใช่ครั้งเดียว คงมีอีกหลายครั้ง ตอนนี้วัยรุ่นไม่ฟังผู้ใหญ่ ไม่เรียนประวัติศาสตร์ แต่ได้ฟังสิ่งที่อยู่ในทวิตเตอร์ ฟังปาฐกถา ฟังการอภิปรายและคล้อยตาม สิ้งที่คล้อยตามคือสิ่งที่เขาพูดว่าปัจจุบันมีแอกอยู่บนหลังเรา เขาคล้อยตามเลย ว่าแอกทำให้เราใช้ชีวิตยาก ถูกครอบงำต่างๆ นานา ฉะนั้นเด็กที่ต้องการเสรีภาพเขาก็ต้องการระเบิด คำพูดที่ว่ามีแอกอยู่บนหลัง มันน่าเชื่อถือสำหรับพวกเขา อยากมีอิสรเสรี แต่ระเบียบมันมีไง ในบ้านในโรงเรียนก็มีระเบียบ เด็กพวกนี้จะคล้อยตามได้ง่ายว่าเรามาปลดแอก กลุ่มเขาฉลาดที่ใช้คำนี้ว่าที่มาวันนี้คือมาปลดแอก"
นพ.วรงค์ : "เราก็ไม่ว่ากัน แต่ในวิถีไทย เรามีวินัย เสรีภาพที่มีวินัย เราจะไปใช้เสรีภาพอย่างอเมริกันที่โควิดจะตายไม่เป็นไร ไม่ได้ วิถีไทยถูกสร้างว่าต้องเป็นเสรีภาพที่มีวินัย ฉะนั้นโรงเรียนมีกฎเกณฑ์ อะไรที่ไม่ทันสมัยปรับได้ แต่สุดท้ายทุกคนต้องฝึกวินัย เมื่อคุณฝึกวินัยในสถาบันการศึกษา เวลาออกมาข้างนอก คุณก็เคารพกติกา มีวินัย ถ้าเราปล่อยให้ลูกหลานหลงไปตามคำปลุกระดมของคนกลุ่มนี้ ผมยืนยันเลยว่าหายนะ ไม่มีทางที่สังคมใดจะมีเสรีภาพอยู่ได้โดยไม่มีระเบียบวินัย ก็ต้องบอกพ่อแม่ช่วยกันพูดเยอะๆ เรื่อยๆ เดี๋ยวกระแสจะเปลี่ยนไปเอง"
อยากฝากถึงพลังบริสุทธิ์ยังไง?
นพ.วรงค์ : "น้องๆ ต้องมีสติมากขึ้น ต้องดูว่าคนที่เขามาชี้นำเรา ตัวตนเขาเป็นอย่างที่เขาสร้างไว้หรือเปล่า เขาพูดถึงเสรีภาพ สิทธิ ไปดูที่พรรคตัวเอง ดูแค่ตัวตนพวกขี้โกหกมันเชื่อไม่ได้ แล้วพรรคเขาเองก็ไม่ได้ให้สิทธิเสรีภาพจริงๆ อย่างที่มาปลุกระดมข้างนอก ในพรรคตัวเองถูกกำหนดจากส่วนกลางหมด มีหลายคนที่ลาออกจากพรรค เพราะความเป็นจริงแล้วไม่ใช่แบ