ผลการศึกษาโดยสถาบันวิจัยสันติภาพแฟร็งค์เฟิร์ต หรือ PRIF บอกว่า เป็นเวลานานแล้วที่เยอรมนีขายอาวุธและกระสุนให้กับประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสงครามและวิกฤติการณ์ต่าง ๆ ไปจนถึงประเทศที่ละเมิดเรื่องสิทธิมนุษยชน และภูมิภาคที่มีความตึงเครียด
ภายใต้หลักเกณฑ์ของอียู ประเทศที่ได้รับอาวุธจากชาติสมาชิกอียู จะต้องเคารพเรื่องสิทธิมนุษยชนและกฏหมายระหว่างประเทศ รวมถึงธำรงค์ไว้ซึ่งสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค แต่นับตั้งแต่ปี 2533 เยอรมนีได้ทำสัญญาขายอาวุธกับประเทศต่าง ๆ ที่มีประวัติทางด้านสิทธิมนุษยชนย่ำแย่ อย่างแอลจีเรีย , อียิปต์ และอินโดนีเซีย โดยบ่อยครั้งเป็นการขายอาวุธเก่าออกไป และในหลายๆ กรณี อาวุธเหล่านี้ก็เข้าไปอยู่ในพื้นที่สงคราม อย่างในกรณีของอินโดนีเซีย เรือที่ทำในเยอรมัน ก็ถูกพบว่าได้ลำเลียงทหารเข้าไปในอาเจ๊ะห์ สมัยที่ที่นี่เกิดปัญหาการแบ่งแยกดินแดน