สิ่งเหล่านี้ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าม็อบเยาวชนปลดแอกเป็นการยืมมือนักศึกษาที่เป็นพลังบริสุทธิ์มารับใช้นักการเมืองและขบวนการล้มล้างการปกครองหัวรุนแรง มันจึงเป็นเรื่องน่าเศร้าที่ขบวนการทำแนวร่วมที่มีนักปลุกปั่น (Demagogue) และนักใช้กฎหมู่ (Ochlocrat) พยามใช้นักศึกษาเป็นเครื่องมือทางการเมืองโดยอาศัยการปั่นกระแสในโลกโซเชียล เพราะถ้าถูกดำเนินคดีหรือเกิดความรุนแรงตามที่ผู้อยู่เบื้องหลังต้องการ ผู้ที่เสียหายก็คงหนีไม่พ้นนักศึกษาที่ถูกทำแนวร่วม และความบริสุทธิ์ของนักศึกษาก็มักตกเป็นเหยื่อของขบวนการเหล่านี้เสมอมาตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน ในขณะที่ผู้ที่หลอกใช้อยู่เบื้องหลังไม่เคยต้องเป็นอะไร หรือรับผลของการกระทำใดๆการชักใยอยู่เบื้องหลังในแนวทางที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งแอบแฝงการล้มล้างการปกครองที่รุนแรง มีการละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่นและกฎหมาย จึงไม่ใช่การเคลื่อนไหวตามแนวทางประชาธิปไตยที่สันติ หากแต่เป็นขบวนการหลอกใช้เยาวชนและนักศึกษาเป็นเครื่องมือแย่งชิงอำนาจทางการเมืองในรูปแบบของเผด็จการโดยใช้กฎหมู่ (Ochlocracy) ที่เป็นการบีบบังคับคนส่วนใหญ่ด้วยการก่อม็อบ (Mob Rule) นำไปสู่ความรุนแรงอย่างที่ผู้อยู่เบื้องหลังต้องการ เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่และการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นประโยชน์โดยตรงต่อนักการเมืองที่เป็นนักเลือกตั้ง อีกทั้งยังแฝงเร้นไปด้วยขบวนการสาธารณรัฐที่หวังใช้ความรุนแรงทำให้สถานการณ์บานปลายไปสู่การล้มล้างการปกครองอีกด้วย
น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งที่เยาวชนปลดแอกซึ่งเป็นพลังบริสุทธิ์ของนักศึกษาที่หวังดีต่อบ้านเมืองและรักในประชาธิปไตยกลับถูกนักการเมืองและแกนนำที่เป็นลิ่วล้อนักการเมืองทำให้แปดเปื้อนจนกลายเป็นเผด็จการกฎหมู่ที่เสียสติมากพอที่คนจำนวนเพียงไม่กี่พันออกมาโวกเวกโวยวาย มีการใช้คำหยาบคาย ลุแก่ความคึกคะนองและความหลงผิดในสิทธิเสรีภาพของตนจนลืมตระหนักถึงสิทธิเสรีภาพของคนส่วนใหญ่ เอาความต้องการของตนมาบีบบังคับตัดสินชะตาของคนทั้งประเทศ แอบอ้างเสียงของคนกว่า 60 ล้านคนเพื่อทำอะไรตามอำเภอใจมาจนป่านนี้ก็ยังไม่เคยเห็นกลุ่มคนที่แอบอ้างว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตยจะเคยรวบรวมรายชื่อประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 50,000 คน มายื่นเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256 ซึ่งเป็นวิธีการทางประชาธิปไตยที่ถูกต้องและชอบธรรมที่สุดภายใต้กฎหมายและเป็นสันติวิธีเลยแม้แต่ครั้งเดียว สุดท้ายคนพวกนี้ก็แค่นักปลุกปั่นทางการเมือง เป็นลัทธิประชาธิปไตยแต่ปาก แต่การกระทำไร้สาระยิ่งกว่าเด็กอมมือที่เอาแต่คอยระดมปลุกปั่นโดยใช้โลกโซเชียลหวังหลอกใช้มวลชนเป็นเครื่องมือทางการเมืองพอกันทีสำหรับวิธีการแบบโบราณๆที่ออกมากล่าวหาผู้อื่นว่าเขาเป็นเผด็จการ แต่แล้วตัวเองกลับใช้วิธีการเผด็จการโดยใช้กฎหมู่ในการต่อต้านเผด็จการ เพราะความเป็นกฎหมู่แบบนี้มันยังไม่มีความชอบธรรมมากพอที่จะมาแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาจากลงประชามติ นี่น่ะหรือคือประชาธิปไตย? เรื่องง่ายๆแค่นี้ยังไม่เข้าใจแล้วแบบนี้จะสามารถสร้างประชาธิปไตยที่แท้จริงได้อย่างไร?"ดร.นิว" ยังแนะม็อบ#เยาวชนปลดแอก อีกด้วยว่าให้หันมาใช้วิธีที่เจริญแล้วอย่างสันติดีกว่าไหม..ก่อนเหน็บว่ากลัวมีคนมาลงชื่อไม่ถึง?"เรามาใช้วิธีการทางประชาธิปไตยของผู้ที่เจริญแล้วอย่างสันติ ไม่เสี่ยงต่อความรุนแรงใดๆ และไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ด้วยมาตรา 256 กันดีกว่า แค่ 50,000 รายชื่อเองนะ จะกลัวอะไร? หรือพวกคุณมีกันไม่ถึง 50,000 คน?"
ดร.ศุภณัฐ
21 กรกฎาคม พ.ศ. 2563
#ประชาธิปไตยTheseries by ดร.ศุภณัฐ