เนชั่นทีวี

ข่าว

BTS ลุ้นรัฐขยายสัมปทานสายสีเขียว

21 ก.ค. 2563 | rattana

BTS ลุ้นรัฐขยายสัมปทานสายสีเขียว

คีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ. บีทีเอส กรุ๊ปโฮลดิ้งส์ ระบุ รัฐบาลกำลังพิจารณาต่ออายุสัมปทานโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวอีก 30 ปี จากปัจจุบันที่บริษัทมีสัมปทานเหลืออยู่ประมาณ 8 ปีครึ่ง ซึ่งหากรัฐบาลอนุมัติการต่อสัมปทานจะทำให้ระยะเวลาเดินรถของ BTS เพิ่มเป็น 38 ปี และระยะทาง 66.4 กม.จากสัญญาสัมปทานเดิมมี 23.5 กม.

ส่วนผลกระทบจากโควิด-19 ต่อธุรกิจในกลุ่มยอมรับว่ามีอย่างแน่นอน แต่ปัจจุบันสถานการณ์เริ่มกลับมาปกติแล้ว ซึ่งบริษัทจะพยายามให้ตัวเลขออกมาได้รับผลกระทบที่น้อยที่สุด พร้อมๆกับเดินหน้าการลงทุนและประมูลงานใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตั้งเป้าจะผลักดันกลุ่ม BTS ให้เป็นผู้นำธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานในอนาคต
สุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการบริหาร บมจ.บีทีเอส กรุ๊ปโฮลดิ้งส์ ระบุ บริษัทคาดว่างบลงทุนงวดปีนี้ หรือตั้งแต่เดือาเม.ย.2563-มี.ค.2564 จะอยู่ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งใช้สำหรับลงทุนก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและรถไฟฟ้าสายสีเหลืองเป็นหลัก ปัจจุบันอยู่ระหว่างก่อสร้างโดยงานโยธาคืบหน้า 59% งานติดตั้งระบบไฟฟ้าและเครื่องกลคืบหน้า 53% และคาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการได้ภายในช่วงปลายปี 2564
ส่วนปีนี้คาดว่าจะมีการเปิดประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ ได้แก่ สายสีเขียวตะวันตกส่วนต่อขยายช่วงบางหว้า-ตลิ่งชันระยะทาง 7 กิโลเมตร (กม.),รถไฟฟ้ารางเบา บางนา-สุวรรณภูมิ ระยะทาง 18.3 กม.และรถไฟฟ้าสายสีเทา (ระยะที่ 1) ช่วงวัชรพล-ทองหล่อ ระยะทาง 16.3 กิโลเมตร เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียวหลักที่สถานีทองหล่อ รวมทั้งเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีชมพูที่สถานีวัดพระศรีมหาธาตุและโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองที่สถานีฉลองรัช
ขณะที่บริษัทยังเตรียมเดินหน้าเข้าประมูลงานโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงบางขุนนนท์ มีนบุรี (สุวินทวงศ์) มูลค่าประมาณ 1.2-1.3 แสนล้านบาท,โครงการมอร์เตอร์เวย์สาย M8 (นครปฐม-ชะอำ) มูลค่า 7.9 หมื่นล้านบาท,โครงการรถไฟฟ้าสายสีเทา มูลค่า 3 หมื่นล้านบาท และโครงการรถไฟฟ้ารางเบา มูลค่า 3 หมื่นล้านบาท นอกเหนือจากโครงการที่ชนะการประมูลแล้ว เช่น โครงการสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินมูลค่า 4 หมื่นล้านบาท ที่คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างช่วงเดือนต.ค.2564 รวมถึงโครงการมอร์เตอร์เวย์สาย M6 ที่จะเริ่มก่อสร้างได้ปลายปีนี้และสาย M81 ที่คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ต้นปีหน้า
ส่วนด้านแหล่งเงินทุนในการลงทุนนั้นเชื่อว่าเพียงพอในการรองรับการเข้าประมูลงานใหม่ๆของบริษัท เนื่องจากปัจจุบันบริษัทมีกระแสเงินสดอยู่กว่า 1.8 หมื่นล้านบาท และยังมีการขออนุมัติผู้ถือหุ้นเพิ่มเพดานการออกหุ้นกู้ไว้อีกประมาณ 3 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้บริษัทยังสนใจเข้าร่วมประมูลโครงการประจำทาง (รถเมล์) ที่ภาครัฐจะเปิดให้เอกชนนำรถมาให้เช่าและจัดทำระบบต่างๆ เพื่อต่อยอดกับการขนส่งรถไฟฟ้าและบัตรแรบบิทได้

ข่าวล่าสุด