นายสมศักดิ์ สรรพโกศลกุล รองอธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า ประเทศไทยมีนโยบายในการส่งเสริมการปลูกไม้เศรษฐกิจ ซึ่งมีเป้าหมายเพิ่มพื้นที่ป่าเศรษฐกิจให้ได้ร้อยละ 15 ของพื้นที่ประเทศ จึงจำเป็นที่จะต้องมีการส่งเสริมให้ปลูกไม้เศรษฐกิจ ทั้งในรูปแบบของสวนป่าขนาดใหญ่ สวนป่าขนาดย่อมสำหรับเกษตรกรรายย่อย ไม้มีค่าตามหัวไร่ปลายนา และจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีตลาดเพื่อรองรับไม้และผลิตภัณฑ์จากป่าไม้ กรมป่าไม้เล็งเห็นว่าในการส่งเสริมการปลูกไม้เศรษฐกิจ จำเป็นที่จะต้องมีการเตรียมการด้านการค้า เพื่อรองรับไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ที่ได้มาจากสวนป่าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีคุณภาพตามความต้องการของตลาด และสามารถค้าขายได้ในราคาที่เหมาะสม เพื่อเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศและพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ซึ่งกรมป่าไม้ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้มีการประสานงานและทำงานร่วมกันตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเพื่อยกระดับมาตรฐานการจัดการป่าไม้ และสร้างธรรมาภิบาลในการจัดการป่า ดังนั้น การจัดทำบันทึกความเข้าใจในวันนี้ เป็นการเน้นย้ำความร่วมมือของทั้งสามหน่วยงานให้เห็นผลชัดเจนเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ในการส่งเสริมมาตรฐานการจัดการสวนป่าเศรษฐกิจ โดยกรมป่าไม้ เป็นผู้สนับสนุนและส่งเสริมการปลูกสวนป่า ไม้เศรษฐกิจตามมาตรฐานการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน ตลอดจนป้องกันไม่ให้มีไม้ผิดกฎหมายเข้ามาปะปนในห่วงโซ่อุปทานการค้าไม้ เพื่อให้ตลาดต่างประเทศรู้จักและเชื่อมั่น ไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ที่มาประเทศไทย
นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศผู้นำด้านอุตสาหกรรม กำหนดให้การพัฒนาธุรกิจและอุตสาหกรรมต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ควบคู่ความยั่งยืน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมไม้ปัจจุบันมีการนำเรื่องการรับรองแหล่งที่มาของไม้มาเป็นเงื่อนไขในทางการค้ามากขึ้น การสั่งซื้อสินค้าต้องแหล่งที่มาของไม้จากพื้นที่ที่มีการจัดการอย่างยั่งยืน ถูกต้องตามกฎหมาย และได้การรับรองเท่านั้น สมอ.ในฐานะสถาบันมาตรฐานแห่งชาติ ได้ดำเนินการกำหนดมาตรฐาน และตรวจสอบรับรอง โดยสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้หน่วยงานที่ทำหน้าที่รับผิดชอบกำกับดูแลและส่งเสริมในแต่ละด้าน สามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการกำกับดูแล ตรวจสอบ ให้มีความโปร่งใส เป็นไปตามกลไกที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล