พ.ต.อ.ภาดล จันทร์ดอน หรือ "ผกก.โล" ผู้กำกับการ 5 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ เป็นคนพื้นเพจังหวัดพัทลุงเกิดในครอบครัวที่มีคุณพ่อเป็นตำรวจสานต่อเจตนาความเป็นสายเลือดสีกากีสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารรุ่น
34และเข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่น 50 มีเพื่อนร่วมรุ่นอย่าง
พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองปราบปราม,
พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ รองผู้บังคับการปราบปราม พ.ต.อ.คธาธร คำเที่ยง รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ
เริ่มงานที่แรก หลังจบจากนักเรียนนายร้อยตำรวจติดยศร้อยตำรวจตรี ได้บรรจุเป็นรองสารวัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จากนั้นย้ายมาเป็นรองสารวัตรสืบสวน ตำรวจนครบาลวังทองหลาง แล้วโยกมาเป็นรองสารวัตร ที่กองบังคับการปราบปราม ต่อมาได้ขึ้นเป็นสารวัตรตำรวจรถไฟ จังหวัดนครสวรรค์และขยับไปเป็นสารวัตรตำรวจทางหลวง จังหวัดขอนแก่น จากนั้นได้ย้ายมาเป็นสารวัตรกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ จากนั้นได้ขึ้นเป็นรองผู้กำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ และย้ายไปเป็นรองผู้กำกับการ (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และย้ายเป็นรองผู้กำกับการ 6 กองปราบปราม จนได้โอกาสขึ้นเป็น ผู้กำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม การกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ
ความมุ่งหวังในการเป็นตำรวจ
พ.ต.อ.ภาดล บอกว่า ที่ผ่านมาได้รับรู้ว่าชาวบ้านชอบด่าตำรวจด้วยความที่เราเป็นลูกตำรวจ จึงอยากรู้ว่าทำไมชาวบ้านถึงชอบด่า กระทั่งค้นพบว่าการทำงานของตำรวจนั้น ในบางครั้งต้องไปกระทบสิทธิ์ของชาวบ้านแต่เพื่อความสงบสุขของสังคม บางคนที่ทำผิดก็ต้องถูกจับกุมดำเนินคดีเพราะหากบ้านเมืองไม่มีกฎระเบียบ สังคมคงไม่มีสันติสุขเกิดขึ้นเพราะฉะนั้น ความหวังสูงสุด ไม่ใช่เพื่อเพียงชาวบ้านใครบางคน ไม่ใช่ลูกน้องบางคนตัวพี่เองต้องการเห็นสังคมที่สงบสุขนั่นคือสิ่งมุ่งหวังจากได้รับโอกาสเข้ามารับราชการตำรวจ
"ถึงแม้จะเป็นเพียงฟันเฟืองเล็กๆ แต่อย่างน้อยในวัยเด็กผู้เป็นพ่อเป็นตำรวจชั้นประทวนแกนั้นอยากเห็นลูกจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ถึงในตอนนั้นตนไม่ได้รักในอาชีพตำรวจเพราะไม่อยากถูกชาวบ้านด่า พ่อถามทำไมถึงไม่อยากเป็นตำรวจ จึงตอบเหตุผลดังกล่าวไปพ่อจึงถามอีกว่าหากทุกคนคิดแบบนี้ แล้วใครจะมาดูแลสังคมนี่ถือเป็นสิ่งที่ผู้เป็นพ่อสั่งเสียไว้ให้มาดูแลสังคม" พ.ต.อ.ภาดล กล่าว