หลังมีการนำเสนอเรื่องราวของนาย ศราวุธ วงค์ที หรือ "ต้น"อายุ 22 ปี หนุ่มชาวศรีสะเกษ ที่ตกงานจากพิษโควิด-19 ขณะเดินหางานตามถนนย่านพัทยากลาง จังหวัดชลบุรี ด้วยท่าทางอ่อนเพลีย หิวโซ พร้อมขอให้ซื้อข้าวให้กินประทังความหิว โดยมีเงินเหลือติดตัวอยู่เพียง 5 บาท จนเป็นกระแสในโลกโซเชี่ยล พร้อมส่งกำลังทรัพย์และกำลังใจให้การช่วยเหลืออย่างล้นหลาม
ล่าสุด นายศราวุธ เดินทางมาพบทีมข่าวที่บริษัทโสภณ เคเบิล ทีวี พัทยา พร้อมยกมือไหว้กล่าวขอบคุณที่นำเสนอข่าว จนได้รับความช่วยเหลือมีผู้ใจบุญหลายคนชวนไปทำงานด้วยในหลายอาชีพ พร้อมโอนเงินผ่านเข้าบัญชีธนาคารยอดล่าสุด 89,281 บาท จนต้องโพสต์หยุดรับบริจาค เพราะยอดเงินค่อนข้างมากสำหรับตน
พร้อมบอกว่าได้เงินมาเท่านี้เพียงพอแล้ว ไม่อยากได้มากไปกว่านี้ และเกรงว่าจะมีดราม่าในโลกโซเชี่ยล แต่ก็ยังมีคนใจดีโอนให้มาเรื่อย ๆ ตอนนี้มีคนที่ตกทุกข์ได้ยากกว่าอีกมากอย่างมูลนิธิ โรงพยาบาลต่าง ๆ ที่ขาดแคลนช่วงโควิด-19 อยากให้ไปช่วยเหลือตรงนั้นมากกว่า ส่วนเงินที่ได้มายังไม่กล้านำออกมาใช้ ยังอาศัยนอนอยู่ในบาร์ร้างกับเพื่อนๆ
นายศราวุธ กล่าวอีกว่า สำหรับเงินที่ได้รับบริจาคมา จะนำไปหาบ้านเช่าราคาถูกอยู่อาศัย ส่วนหนึ่งจะส่งให้ลูกเมียที่บ้าน และจะเก็บไว้ใช้ส่วนตัวเล็กน้อย ส่วนที่เหลือจะนำไปแบ่งปันเพื่อนๆ ที่ตกงาน และฝากไว้ที่ร้านขายอาหารตามสั่งทุกอย่าง 20 บาท ภายในซอยบริษัทโสภณ เคเบิล ทีวีพัทยา จำนวน 10,000 บาท สำหรับผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์สามารถไปสั่งกินได้ทันที และมอบให้ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์และเด็กถูกล่วงละเมิด(ศตคด.) มูลนิธิพัฒนาการคุ้มครองเด็ก "บ้านครูจา"จำนวน 9,000 บาทจากนี้ไปจะไปใช้ชีวิตเป็นหนุ่มโรงงานแถวจังหวัดระยอง โดยมีบริษัท ไทยอินเตอร์ เนชั่นแนล เลเบอร์ รับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
นายศราวุธ กล่าวทิ้งท้ายให้กำลังใจผู้ที่กำลังประสบภาวะยากจนในขณะนี้ว่า เกิดเป็นคนอย่าอาย ยังมีน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ คอยหยิบยื่นให้ความช่วยเหลือ ดีกว่าคิดสั้นไปลักเล็กขโมยน้อย เลือกเส้นทางมิจฉาชีพ เพราะชีวิตจะปิดลงที่ "คุก" ขอให้ทุกคนสู้อย่าท้อถอย