เนชั่นทีวี

ข่าว

"ทอน"โชว์กึ๋นแก้โควิดหากระบาดรอบสอง

18 ก.ค. 2563 | chairat_pat

"ทอน"โชว์กึ๋นแก้โควิดหากระบาดรอบสอง

"ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" เปิดตัวไลฟ์ "ก้าวหน้า Talk : คุณถาม เราตอบ" โชว์วิสัยทัศน์แก้โควิด-19 พร้อมชวนประชาชนร่วมพัฒนาบ้านเกิด ด้วยการลงสมัครชิงเก้า อปท. 4,000 แห่ง ลั่นขอใช้นโยบายสู้กลุ่มอิทธิพล

(18 กรกฎาคม 2563) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้เฟซบุ๊กไลฟ์ผ่านรายการ "ก้าวหน้า Talk: คุณถาม เราตอบ" เพื่อใช้เป็นช่องทางการสื่อสารประจำสัปดาห์ ระหว่างแกนนำคณะก้าวหน้ากับประชาชน โดยให้ผู้ที่ติดตามชมการถ่ายทอด พร้อมพิมพ์คำถามเข้ามา ให้แกนนำคณะก้าวหน้าได้มาตอบคำถามและพูดคุยกับประชาชน ซึ่งในวันแรก มีผู้เข้ามาติดตามรายการและสอบถามปัญหามากมาย
โดยส่วนใหญ่เป็นคำถามที่อยากทราบวิสัยทัศน์ของนายธนาธร ถึงวิธีการแก้ปัญหาวิกฤติต่างๆ ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ปัญหาเศรษฐกิจ และปัญหาอื่นๆ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนึ่งในคำถามที่น่าสนใจ คือ หากโควิด-19 กลับมาระบาดอีกครั้งจะมีการทำอย่างไร โดย นายธนาธร ระบุว่าการแก้ไขการแพร่ระบาดระยะที่สอง ต้องทำให้ดีกว่าครั้งแรก 3 มาตรการต้องไปด้วยกัน 1.มาตรการปิดเมือง 2.มาตรการสาธารณสุข และ 3.มาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ ในระลอกแรก ทั้ง 3 มาตรการดังกล่าว ถูกทำอย่างแยกส่วนด้วยความตื่นตระหนก ทำให้มาตรการปิดเมืองกับเยียวยาทางเศรษฐกิจทำในคนละช่วงเวลา ไม่ได้เป็นเนื้อเดียวกัน ระลอกนี้หวังว่าจะมีการคิดแบบสมบูรณ์มากขึ้น ซึ่งถ้ามีการระบาดขึ้นอีก มองว่าไม่จำเป็นต้องปิดเมืองเป็นเวลานานถึง 3 เดือน แต่ปิดแค่ให้เท่าระยะฟักตัวของเชื้อไวรัส คือ 14 วันก็เพียงพอ และระหว่างนี้ให้ออกมาตรการเยียวยาทางเศรษฐกิจ ดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากการปิดเมืองให้ทันท่วงทีและทั่วถึง ก็จะบรรเทาผลกระทบของประชาชนได้
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ศบค. ออกมาย้ำให้ประชาชนกลัวทุกวัน ว่าการ์ดอย่าตก แต่ความกลัวนี้กลับกลายเป็นความไม่พอใจ เมื่อรัฐบาลมีการปฏิบัติสองมาตรฐาน ระหว่างกลุ่มคน VIP กับกลุ่มคนส่วนใหญ่ของประเทศ ในรอบ 2-3 วันที่ผ่านมา จนคนรู้สึกโกรธกับมาตรการที่รัฐบาลผ่อนปรนให้กับผู้มีอำนาจ
"เรายืนยันว่านี่คือช่วงเวลาที่จะต้องเฉลี่ยสุขด้วยกัน ต้องก้าวต่อสู้กับการแพร่ระบาดไปด้วยกัน แต่ก็ต้องไม่ปล่อยให้คนอดตาย ข้างหน้าต่อไปหวังว่ารัฐบาลจะเห็นความสำคัญของการตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน ไม่ใช่เอาเป้าหมายทางสาธารณสุขเป็นตัวตั้งเพียงอย่างเดียว แล้วประกาศชัยชนะของมาตรการสาธารณสุข ซึ่งไม่ใช่ชัยชนะของประชาชนแน่ๆ เพราะมีประชาชนจำนวนมาากที่เดือดร้อนจากนโยบายทางสาธารณสุขของรัฐบาล"นายธนาธร กล่าว

นายธนาธร กล่าวต่อว่า ชัยชนะที่เป็นของประชาชนทุกคนและประเทศไทย คือ 1.ไม่มีคนเสียชีวิตเพราะไวรัส และ 2.ไม่มีคนเสียชีวิตเพราะความหิวโหย ตรงนี้ คือ ชัยชนะของประเทศ ของทุกคน ดังนั้น หวังว่ารัฐบาลจะตระหนักถึงสิ่งนี้ เรียนรู้จากความผิดพลาดในการรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิดในระลอกแรก และเอาสิ่งต่างๆมาประยุกต์ใช้ในระลอกที่สอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นได้มีประชาชนสอบถามว่าการต่อสู้ในระบบสิ้นหวังหรือยัง โดยนายธนาธร กล่าวว่า ยัง เมื่อพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบไป ได้ทำให้เกิด 2 องค์กรขึ้นมาใหม่ กลุ่ม ส.ส.ที่ยังยึดมั่นในอุดมการณ์ ได้ย้ายไปอยู่พรรคก้าวไกล ซึ่งการทำงานในรอบเดือนกว่าๆที่ผ่านมา น่าจะเป็นบทพิสูจน์ว่าคุณภาพทำงานในสภาผู้แทนราษฎร ยังคงเป็นปากเสียง พูดให้คนเล็กคนน้อย ยังคงยึดมั่นในอุดมการณ์เดิมของพรรคอนาคตใหม่อยู่
ส่วนพรรคก้าวไกลก็จะเติบโตเป็นที่ให้ประชาชนได้ และขอให้ทุกคนร่วมสนับสนุนพรรคด้วย ส่วนตนและกรรมการบริหารพรรคคนอื่นๆ ก็ไม่ท้อถอย ยังคงเดินหน้าต่อ และได้จัดตั้งคณะก้าวหน้าขึ้นมาด้วยวัตถุประสงค์หลัก เช่น การรณรงค์ทางความคิด รณรงค์วาระทางสังคมที่แหลมคม รณรงค์วาระทางสังคมที่เป็นประโยชน์กับประชาชน ปักธงความคิด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือประเด็นทางสังคมอื่นๆ รวมถึงการทำงานในด้านการเมืองท้องถิ่น
"คณะก้าวหน้ากำลังขับเคลื่อนเพื่อนำไปสู่การส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งตำแหน่งบริหารในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ใน 4 พันแห่งทั่วประเทศ โดยระยะที่ผ่านมานี้ คณะก้าวหน้าได้เริ่มต้นผลักดันการสรรหาผู้สมัครที่จะลงชิงตำแหน่ง อปท.ไปแล้ว และผมขอเชิญชวนว่าใครที่อยากเปลี่ยนแปลงบ้านเกิดตัวเอง สามารถเริ่มต้นได้ในวันนี้ ไม่ต้องรอการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้า มาลงสมัคร อปท.ร่วมกับเรา อย่ารอการเปลี่ยนแปลง แต่จงสร้างด้วยมือของเราเอง" นายธนาธร ระบุ
สำหรับผู้ที่สนใจ ขอให้ติดตามดูได้ที่เว็ปไซต์ของคณะก้าวหน้า (https://progressivemovement.in.th/local-election/) เพราะเปิดรับสมัครผู้สมัครแล้ววันนี้ (18ก.ค.) ซึ่งเชื่อมั่นว่าสามารถร่วมกันเปลี่ยนประเทศไทยได้ที่บ้านเกิดของตัวเอง คณะกำลังทำสิ่งที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน คือ การส่งผู้สมัคร อปท.พร้อมกันทั่วประเทศ 4,000 แห่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า จากนั้นหนึ่งในผู้ชมรายการ ได้พิมพ์คำถามเข้ามาว่าในการเลือกตั้งท้องถิ่นของคณะก้าวหน้าจะสู้กับผู้มีอิทธิพลได้อย่างไร นายธนาธร กล่าวว่า จะใช้รูปแบบการทำงานเดิมสมัยที่เป็นพรรคอนาคตใหม่ คือ จะไม่ใช้เงินซื้อเสียง ไม่ใช้อิทธิพล และขับเคลื่อนด้วยนโยบายเป็นหลัก
ทั้งนี้ การเมืองระดับท้องถิ่นปัจจุบันถูกครอบงำด้วยอิทธิพลของ "บ้านใหญ่" หรือ วัฒนธรรมการมีสมาชิกในครอบครัว เป็นทั้งนักการเมืองระดับชาติและท้องถิ่น ควบคุมทุกภาคการเมืองในจังหวัดและท้องถิ่น หลายครั้งนำไปสู่การใช้อิทธิพลและอำนาจที่มีอยู่ ไปเอื้อประโยชน์ให้ตนและพวกพ้อง ทางออก คือ จะสู้ด้วยนโยบาย ที่ผ่านมาไม่เคยเห็นการเมืองท้องถิ่นพูดถึงนโยบาย แต่คณะจะทำให้ทุกคนที่ลงแข่งในทั้ง 4,000 แห่ง ต้องพูดถึงนโยบาย ว่าอยากเห็นบ้านเกิดหน้าตาเป็นอย่างไร อยากให้งบประมาณเน้นไปที่ไหน โรงเรียนแบบไหน โรงพยาบาลแบบไหนที่เราต้องการ นำนโยบายแบบนี้เข้าสู่การแข่งขัน
"ถ้าเราสามารถทำให้นโยบายเป็นตัวตั้งหลักในการแข่งขันได้ นี่จะทำให้ประชาธิปไตยเข้มแข็งขึ้น บังคับให้ทุกคนต้องเปลี่ยนแปลงตาม ต้องนำเสนอนโยบายแข่งกับเรา ถ้าเกิดเช่นนี้ประชาชนจะได้ประโยชน์ เพราะทุกคนต้องนำนโยบายมาเสนอให้ประชาชนเป็นคนตัดสิน ว่าอยากให้บ้านเกิดเราเป็นแบบไหน นี่คือความก้าวหน้าของประชาธิปไตย ภาคพลเมือง และนโยบายสาธารณะ ถ้าเราทำแบบนี้ได้ประเทศไทยจะเปลี่ยนไปแค่ไหน และนี่คือความหมายที่ผมบอกว่าเราจะมาเขย่าการเมืองท้องถิ่น ผมสำเร็จมาแล้วในการเมืองระดับชาติ เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2562 ลองมาทำร่วมกันอีกสักครั้ง ครั้งนี้ทำในระดับบ้านเกิดของเราเอง ทำที่การเมืองท้องถิ่น ผมเชื่อว่าแนวทางการเมืองแบบนี้ไม่เคยมีใครทำมาก่อน และจะเป็นแนวทางการเมืองที่เปลี่ยนประเทศไทย ประชาธิปไตยในระดับชาติจะแข็งแรงไม่ได้ถ้าประชาธิปไตยในระดับท้องถิ่นไม่แข็งแรง มาลองทำร่วมกันอีกครั้ง" นายธนาธรกล่าว

ข่าวล่าสุด