ชาวบ้านยังกล่าวอีกว่า "26 ปี เพียงพอแล้วกับสัมปทานเหมืองหิน ที่
ทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชาวบ้านทนไม่ไหว ต้องปิดเหมืองและฟื้นฟูภูเขาป่าไม้เท่านั้น และขอให้ทางจังหวัดได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาประชุมร่วมกับชาวบ้าน เพื่อมีคำสั่งปิดและฟื้นฟูเหมืองในวันที่ 13 สิงหาคม 63 ที่ ศาลากลางจังหวัดหนองบัวลำภู" โดยรายชื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้ระบุไว้ในหนังสือ ประกอบด้วย
1.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
2.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
3.อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่
4.ตัวแทนรัฐบาลที่มีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจ เช่น สำนักบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี หรือหน่วยงานอื่นๆ
5.คณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการแร่แห่งชาติ
6.ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู
7.ผู้อำนวยการสำนักงานอุตสาหกรรมพื้นที่ฐานและการเหมืองแร่ เขต 2 จ.อุดรธานี
8.อุตสาหกรรมจังหวัดหนองบัวลำภู
นายเวียงชัยฯ หลังจากได้รับหนังสือ ได้กล่าวกับชาวบ้านว่า "ทางจังหวัดจะทำการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามที่ชาวบ้านได้ร้องขอมาให้ ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ ที่ทางจังหวัดสามารถทำให้ได้อยู่แล้ว แต่รับปากไม่ได้ว่า หน่วยงานทั้งหมดจะเดินทางมาเข้าร่วมประชุมด้วย ซึ่งเขาจะมาหรือไม่นั้น ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่จังหวัดรับประสานให้ได้"
ต่อมาชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ฯ ได้เดินทางมายื่นหนังสือต่อนายอำเภอสุวรรณคูหา เพื่อขอให้มีการแจ้งรายชื่อคณะกรรมการสอบสวน ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลฯ หลังจากผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภูได้มีหนังสือถึงนายอำเภอสุวรรณคูหา ให้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน โดยนายวีรชัย วงษ์อ้วน ปลัดอำเภอสุวรรณคูหา ได้เป็นตัวแทนนายอำเภอ มารับหนังสือกับชาวบ้าน เนื่องจากนายอำเภอติดอบรมที่ต่างจังหวัด
นางเปี่ยม สุวรรณสนธ์ ตัวแทนชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ฯ ได้กล่าวว่า "ชาวบ้านรู้มาว่าตอนนี้กำลังมีการคัดเลือกคณะกรรมการ และจะแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนประธานสภา อบต. จึงขอให้ทางอำเภอได้ชี้แจงรายชื่อคณะกรรมการสอบสวน ต่อกลุ่มอนุรักษ์ฯ ด้วย เพื่อที่ทางกลุ่มอนุรักษ์ฯ จะได้พิจารณาคนที่จะมาเป็นคณะกรรมการสอบสวน เพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรมต่อชาวบ้าน"ทั้งนี้นายวีรชัยฯ ได้กล่าวกับชาวบ้านว่า" ยังไม่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการ และจะทำการส่งเรื่องไปให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง เพื่อจะได้เร่งดำเนินการตามที่ชาวบ้านร้องขอต่อไป"