ไฮไลท์อยู่ที่พรรคพลังประชารัฐเท่านั้น เพราะนายกฯบอกเองว่า พรรคร่วมรัฐบาลไม่แจ้งปรับครม.ในโควต้าของแต่ละพรรคเข้ามา
ไล่เรียงดูตำแหน่งที่มีการลาออก เรียกว่า "รมต.ขาออก" รวมแล้วมี 4 ตำแหน่ง 4 คน ประกอบด้วย รองนายกรัฐมนตรี (ฝ่ายเศรษฐกิจ) รมว.คลัง รมว.พลังงาน และ รมว.อุดมศึกษาฯ
ส่วนคาดการณ์แนวโน้ม "รมต.ขาเข้า" อาจมีได้ 4 คนเช่นกัน แต่ 5 ตำแหน่ง เพราะ นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย ซึ่งนายกฯยอมรับเองว่าได้ทาบทามเรียบร้อยแล้ว มีแนวโน้มจะมานั่งเก้าอี้ รมว.คลังควบรองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจ ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้จะได้โควต้าเพิ่มอีก 1 ตำแหน่ง (เพราะจำนวนรัฐมนตรีตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด คือ 36 คน นับเป็นจำนวนคน ไม่ได้นับจำนวนตำแหน่ง) ฉะนั้นหากนายปรีดีนั่งควบ ก็จะยังใส่รัฐมนตรีเข้าไปได้อีก 3 ตำแหน่ง 3 คน (หากไม่ควบจะเหลือ 2 ตำแหน่ง)ตำแหน่งว่างที่เหลือ คือ รมว.พลังงาน มีชื่อ นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร อดีต รมช.คมนาคม และอดีตบอร์ดการบินไทย เข้ามาในฐานะคนนอก ซึ่งถ้าโผไม่พลิก อาจมีปัญหาตามมาจากกลุ่มสามมิตร เพราะ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ตีตราจองเก้าอี้พลังงานมาตั้งแต่ช่วงตั้งรัฐบาลประยุทธ์ 2/1 เมื่อปีที่แล้ว งานนี้จึงต้องรอดูฝีมือของ "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ว่าจะเคลียร์ปัญหาอย่างไร