นอกจากนี้ ในระดับปฏิบัติ ก็จะต้องมีความเข้าใจปัญหายาเสพติด ในบริบทของพื้นที่ ที่รับผิดชอบของตนเองอย่างถ่องแท้ ให้สามารถแก้ไขปัญหา ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง รวมถึง วิเคราะห์เครือข่ายยาเสพติด อย่างรู้เท่าทัน เนื่องจากเครือข่ายยาเสพติด มีพัฒนาการรูปแบบการทำธุรกรรมทางการเงิน ที่ทันสมัย ทันยุคดิจิทัล เช่น การซื้อขายออนไลน์ การโอนเงินผ่านสกุลเงินดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชั่นหรือการฟอกเงินในรูปแบบที่เราอาจไม่รู้จักมาก่อน ซึ่งในปีหน้าและปีต่อๆไป ก็อาจจะมีเทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการเงิน ที่ซับซ้อนมากขึ้น โดยเจ้าหน้าที่รัฐ จึงจำเป็นต้องพัฒนาตนเองอยู่เสมอ
อย่างไรก็ตาม ขอมอบหลักการสำคัญ 3 ประการ เพื่อเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จ ในภารกิจครั้งนี้ คือ 1.หลักกฎหมาย โดยขอให้กระทรวงยุติธรรม ป.ป.ส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดปรับปรุงมาตรการทางกฎหมาย และแนวทางปฏิบัติต่างๆ เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงขึ้น และรวดเร็วยิ่งขึ้น
2.หลักการบริหารจัดการแบบบูรณาการ โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัด ได้มีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานทั้งฝ่ายตำรวจ ทหาร อัยการ สรรพากร และหน่วยงานด้านการปราบปราม ในการดำเนินการตามนโยบายการขยายผลยึดทรัพย์ตัดวงจรยาเสพติด โดยสำหรับจังหวัดที่อยู่บริเวณชายแดน ก็ขอให้มีการประสานงานกับธนาคารในพื้นที่ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการโอนเงิน และเกิดการซื้อขายยาเสพติดข้ามประเทศเพื่อนบ้านด้วย
ส่วนหลักการที่ 3 คือ หลักการทำงานเชิงรุกและคิดเชิงระบบ โดยให้แต่ละจังหวัดมีการตั้งเป้าการยึดทรัพย์สิน รวมถึงมีแผนงานรองรับ รวมทั้งมีการจัดทำแผนผังความเชื่อมโยงของเครือข่าย และเส้นทางการเงินของนักค้ายาเสพติด เพื่อนำไปสู่การใช้มาตรการด้านการฟอกเงินและมาตรการทางภาษี นอกจากนี้ ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนเป็นสำคัญ และต้องรู้เท่าทันเครือข่ายยาเสพติด