นางสาวจิตติมา นาคมโน ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเจนไน อินเดีย กล่าวว่า รัฐบาลอินเดียกำลังใช้นโยบายสนับสนุนเกษตรกร ในการซื้อรถแทรกเตอร์ และเครื่องจักรทางการเกษตรต่างๆ โดยให้การอุดหนุนร้อยละ25ของราคาเครื่องจักร ทำให้มีความต้องการซื้อรถแทรกเตอร์และเครื่องจักรทางการเกษตรเพิ่มขึ้น จึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทย ที่จะขยายตลาดรถแทรกเตอร์ เครื่องจักรเกษตรกร อุปกรณ์และชิ้นส่วนเครื่องจักรเข้ามาในตลาดอินเดีย
ทั้งนี้ แม้อินเดียจะผลิตเครื่องจักรเกษตรอยู่แล้ว แต่ยังมีความต้องการนำเข้าจากต่างประเทศ โดยแหล่งนำเข้าหลักมาจากจีน อิตาลี ญี่ปุ่น และเยอรมนี ในช่วงปี2562มีการนำเข้ารวม16.7ล้านเหรียญสหรัฐ และในช่วง2เดือนของปี2563 (มกราคมกุมภาพันธ์) ไทยเป็นแหล่งนำเข้าเครื่องจักรเกษตรอันดับที่5ของอินเดียรองจากจีน เดนมาร์ก อิตาลี และญี่ปุ่น โดยสินค้าส่งออกสำคัญของไทย ยังกระจุกอยู่ในกลุ่มชิ้นส่วนเครื่องจักรกลเกษตร แต่ผลจากความต้องการที่เพิ่มขึ้น ทำให้ไทยมีโอกาสส่งออกรถแทรกเตอร์ และเครื่องจักรเกษตรได้
"ตอนนี้ อินเดียนำเข้าเครื่องจักรเกษตรจากจีนเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากปัจจัยด้านราคา แต่จากกระแสต่อต้านสินค้าจีนในอินเดียที่ขยายวงกว้างมากขึ้น จึงจะเป็นโอกาสให้กับประเทศต่างๆ ที่จะนำเสนอทางเลือกใหม่ให้กับภาคเกษตรของอินเดีย และไทยมีศักยภาพในการผลิตเครื่องมือ และเครื่องจักรเกษตรอยู่มาก จึงควรพิจารณาขยายการส่งออกมายังอินเดีย เพราะรูปแบบการผลิตภาคเกษตรคล้ายคลึงกับไทย ไม่ว่าจะเป็นการปลูกข้าว อ้อย พืชสวนพืชไร่ต่างๆ"นางสาวจิตติมากล่าว
อย่างไรก็ตาม มีรายงานยอดจำหน่ายของบริษัทผู้ผลิตเครื่องจักรเกษตร เช่น มหินทราแอนด์มหินทรา โซนาลิกาแทร็กเตอร์ หรือเอสคอร์ต อะกริ แมชชินเนอรี ต่างก็ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ12ในเดือนมิถุนายน2563โดยบริษัท มหินทราแอนด์มหินทรา ผู้ผลิตรถแทร็กเตอร์ และเครื่องจักรเกษตร อันดับหนึ่งของโลกจากอินเดีย รายงานยอดขายรถแทร็กเตอร์และเครื่องจักรเกษตรในช่วงเดือนมิถุนายน2563มียอดจำหน่าย35,844คัน ขณะที่บริษัท โซนาลิกา แท็กเตอร์ ขายได้จำนวน13,691คัน และบริษัท เอสคอร์ต อะกริ แมชชินเนอรี มียอดขายในช่วงเดียวกัน จำนวน12,623คัน