เนชั่นทีวี

ข่าว

สาวท้องแจ้งความ ถูกสามีซ้อมปางตาย!

16 ก.ค. 2563 | sararat_rat

สาวท้องแจ้งความ ถูกสามีซ้อมปางตาย!

สาวท้อง 6 เดือน ร้องมูลนิธิปวีณาช่วย หลังถูกสามีซ้อมจนทนไม่ไหว ลั่นจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ขณะเดียวกันขอให้ตำรวจเรียกตัวคนขับแท็กซี่ที่ช่วยเหลือฝ่ายชายกระทำผิด โดยเปิดประตูรถให้สามีมาฉุดไปจนถูกซ้อม ทั้งที่ขอร้องคนขับแท็กซี่ว่า "อย่าเปิดล็อคประตูรถ เพราะหนูอาจตายได้เลยนะลุง"

วันที่ 16 ก.ค. 2563 เวลา 13.30 น. นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้พาน้องเค (นามสมมติ) มาพบพ.ต.อ.สุรพจน์ รอดบำรุง ผกก.สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เพื่อติดตามคดี กรณีสามีน้องเคได้ทำร้ายร่างกายเมื่อคืนวันที่ 6 ก.ค.63 ด้วยการจับน้องเคกดหัว แล้วต่อยตบตีอย่างรุนแรง จนร่างกาย ใบหน้า ศรีษะ และตาบวมช้ำ และยังขู่ว่า "ถ้าแทงมึงตาย กูต้องติดคุกกี่ปี" จนทำให้หวาดกลัวมาก

สาวท้องแจ้งความ ถูกสามีซ้อมปางตาย!

โดยเหตุการณ์นี้เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 7 ก.ค. ที่ผ่านมา เพื่อนน้องเคขอความช่วยเหลือด่วนให้มูลนิธิปวีณาฯพาไปแจ้งความ และตรวจร่างกาย และขอให้อยู่ในความดูแลของมูลนิธิปวีณาฯ เพื่อความปลอดภัย เนื่องจากร่างกายบอบช้ำ ต้องนอนพักรักษาตัวจนถึงทุกวันนี้ และในวันนี้นอกจากจะมาติดตามดำเนินคดีสามีทำร้ายร่างกายแล้ว น้องเคประสงค์จะแจ้งความให้ตำรวจติดตามตัวคนขับแท็กซี่ มาดำเนินคดีในข้อหาช่วยเหลือฝ่ายชาย จนทำให้ตนเองถูกทำร้าย จนแทบเอาตัวไม่รอด

ด้านน้องเคเล่าว่า รู้จักกับฝ่ายชายมาได้ประมาณ 1 ปี แต่เมื่อช่วงกลางเดือน เม.ย. 2563 ท้องได้ 3 เดือน จึงตัดสินใจมาเช่าห้องอยู่กับฝ่ายชาย แต่ตลอดระยะเวลาที่อยู่ด้วยกันก็มีการทำร้ายร่างกายมาโดยตลอด ซึ่งครั้งหลังสุดที่ถูกทำร้ายหนัก จนเข้ารพ.พระนั่งเกล้า พักรักษาตัว 11 วัน อาการซี่โครงร้าว ม้ามแตก ตับฉีก แต่ไม่ได้แจ้งความ เพราะทุกครั้งที่ฝ่ายชายทำร้ายมักจะมีการพูดจาข่มขู่ และบอกว่ารู้จักกับตำรวจหลายคน อย่างมากก็เสียค่าปรับ

สาวท้องแจ้งความ ถูกสามีซ้อมปางตาย!


กระทั่งวันที่ 6 ก.ค.63 เวลา 13.00 น. น้องเคตัดสินใจเลิกกับฝ่ายชาย จึงมีการส่งข้อความไปบอกเลิก และบล็อกเบอร์โทรของฝ่ายชาย กระทั่งเวลา 21.00 น. น้องเคเลิกงาน จึงขอให้เพื่อนร่วมงานช่วยไปดูหน้าออฟฟิศว่าฝ่ายชายมารอหรือไม่ เพื่อนแจ้งว่าไม่มีมีแต่แท็กซี่จอดอยู่ 1 คัน จึงรีบไปขึ้นรถแท็กซี่ ทะเบียน 1 มค 5349 สีเขียวเหลือง และบอกคนขับแท็กซี่ว่าไปสนามบินน้ำ เพราะน้องเคจะไปนอนบ้านแม่ แต่รถแท็กซี่คันดังกล่าวได้ขับออกมาจากหน้าออฟฟิศแล้วเลี้ยวมาอีกทาง น้องเคจึงถามคนขับแท็กซี่ว่า ทำไมลุงเลี้ยวมาทางนี้ คนขับแท็กซี่บอกว่า แฟนหนูรออยู่ จากนั้นคนขับแท็กซี่ขับรถมาจอดต่อท้ายรถของฝ่ายชาย น้องเคเห็นฝ่ายชายเดินลงมาจากรถ น้องเคจึงขอร้องคนขับรถแท็กซี่ว่า อย่าเปิดล็อคประตูรถเพราะหนูอาจตายได้เลยนะลุง จากนั้นฝ่ายชายเดินมาเปิดประตูทางฝั่งที่ตนเองนั่ง แต่น้องเคได้ล็อคประตูไว้ทันทางฝ่ายชายจึงเปิดไม่ได้ แต่ทางคนขับแท็กซี่ได้เปิดล็อคประตูให้ ฝ่ายชายจึงเปิดประตูและมากระชากน้องเคลงจากรถ และได้จ่ายเงินให้คนขับแท็กซี่ไป 400 บาท จากนั้นทางฝ่ายชายได้ฉุดกระชากน้องเคเข้าไปในรถของเขา แล้วตบตีต่อย จับหัวกดลง และพูดว่าถ้าแทงมึงตายกูต้องติดคุกกี่ปี ต่อมาเพื่อนร่วมงานเห็นร่องรอยการถูกทำร้าย จึงได้โทรศัพท์แจ้งขอความช่วยเหลือมายังมูลนิธิปวีณาฯ และขอให้มูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือให้ถึงที่สุด

สาวท้องแจ้งความ ถูกสามีซ้อมปางตาย!

นางปวีณา หงสกุล บอกว่า กรณีเคสน้องเคนั้น เป็นห่วงเรื่องสุขภาพและจิตใจของน้องเค รวมทั้งลูกในท้อง และความปลอกภัย ดังนั้นมูลนิธิปวีณาฯ จึงให้การดูแลอย่างใกล้ชิด และฟื้นฟูสภาพจิตใจ รวมทั้งต้องพาไปตรวครรภ์ให้ครบตามกำหนด ซึ่งมูลนิธิปวีณาจะคุ้มครองน้องเค และลูกในท้องให้ดีที่สุด ทุกวันนี้สถิติการรับเรื่องราวร้องทุกข์ของมูลนิธิปวีณาฯ มีเรื่องการทำร้ายร่างกายภรรยา หรือแฟน เป็นอันดับหนึ่ง จึงขอให้ผู้หญิงที่คิดจะคบหากับใคร ควรเรียนรู้ความประพฤติ รู้จักครอบครัว ศึกษาประวัติ ลักษณะนิสัยของฝ่ายชายใหแน่ชัดก่อน เพราะบางคนมีพฤติกรรมชอบใช้ความรุนแรง ก่อนที่จะตกลงอยู่กินกับฝ่ายชาย โดยเฉพาะการมีบุตรด้วยกัน ต้องมีความรัก มีความพร้อมที่จะมีบุตรเสียก่อน มิฉะนั้นเด็กที่เกิดมาจะเป็นเหยื่อของสังคมที่ชั่วร้ายต่อไป

สาวท้องแจ้งความ ถูกสามีซ้อมปางตาย!

ข่าวล่าสุด