ธุรกิจท่องเที่ยวกลับไปตกอยู่ในสภาพพังยับเยินจากที่กำลังเริ่มตั้งลำใหม่อีกครั้ง ทันทีที่เกิดเรื่อง โรงแรมในจังหวัดระยอง เกาะเสม็ด หรือกระทั่งพัทยา ถูกยกเลิกการเข้าพักทันทีกว่าร้อยละ 90 ซึ่งก่อนหน้านี้พวกเขาต้องหยุดกิจการมาเกือบครึ่งปีแล้ว และในช่วงนี้เองที่พวกเขาต่างตั้งความหวังว่า จะกลับมายืนได้ใหม่จากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของรัฐบาลช่วงวันหยุดยาวสิ้นเดือนนี้ แต่ความฝันทุกอย่างก็พังทลายลงมาต่อหน้าต่อตาและเป็นอย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
โรงเรียน 234 แห่งในจังหวัดระยอง และอีกอย่างน้อย 3 แห่งในจังหวัดอื่นต้องหยุดเรียน ทั้งๆ ที่เพิ่งกลับเปิดได้ไม่ถึง 2 สัปดาห์ หลังหยุดการเรียนการสอนไปหลายเดือน ส่งผลกระทบต่อนักเรียนและผู้พ่อแม่ปกครองนอย่างน้อยหนึ่งแสนหกหมื่นคน
พ่อค้าแม่ค้าจำนวนมากในตลาดหลายแห่งมีสต็อกสินค้าและอาหารค้างเติ่งขายไม่ได้ เนื่องจากคนเดินตลาดหายไปทันที การจับจ่ายใช้สอยลดฮวบ หลังได้รับทราบข่าวความหละหลวมของมาตรการรัฐที่ปล่อยให้ผู้มีเชื้อเดินเที่ยวทั่วระยองได้ ซึ่งผมต้องย้ำว่า นั่นไม่ใช่ความตื่นตระหนกหรือเป็นผลมาจากการกระพือข่าวของสื่อมวลชน แต่นั่นคือสิ่งที่เรียกว่า ข้อเท็จจริง ที่ต้องตามมาด้วยความรับผิดชอบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ต่างหาก
ผมคิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ควรเฉยชาต่อความรับผิดชอบ เมื่อวานนี้ ในการประชุมกรรมาธิการโควิด พวกเราได้เชิญผู้ได้รับผลกระทบจากหลายภาคส่วนมาพูดถึงปัญหาของเขา ทุกคนไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ พ่อค้าแม่ค้า คนทำงาน และลูกจ้าง พูดด้วยน้ำตาไหลและเสียงที่สั่นเครือเสมือนเป็นความเศร้าระคนแค้นว่า อุตส่าห์ร่วมมือกันป้องกันแทบตาย สุดท้ายต้องกลับเจอวิกฤตอีกรอบ เพียงเพราะรัฐการ์ดตกและยกมือขึ้นมาอัพเปอร์คัทชกหน้าตัวเองแบบนี้