เนชั่นทีวี

ข่าว

แฉ! ขบวนการต่างด้าวสวมสิทธิ์เปิดธุรกิจผิดกฎหมาย

15 ก.ค. 2563 | sararat_rat

แฉ! ขบวนการต่างด้าวสวมสิทธิ์เปิดธุรกิจผิดกฎหมาย

ดีเอสไอลุยตรวจค้นบริษัทคนจีน สวมสิทธิ์คนไทยเปิดธุรกิจต้องห้าม ทั้งขายผลผลิตทางการเกษตรและอสังหาริมทรัพย์ พบเงินหมุนเวียนธุรกิจมากกว่า 3,600 ล้านบาท ขณะที่ผลสอบอดีตปลัดอำเภอเวียงแก่น จ.เชียงราย พบว่ามีเอี่ยวกับขบวนการนำพาคนต่างด้าว โดยเป็นผู้ออกบัตรประจำตัวให้ต่างด้าวนับร้อยราย เบื้องต้นสั่งไล่ออกจากราชการแล้ว

ปฏิบัติการในครั้งนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร่วมกับกรมการปกครอง ทำการตรวจค้นขบวนการคนต่างด้าวสวมสิทธิ์คนไทย เปิดบริษัทฝ่าฝืนกฎหมายการประกอบธุรกิจต้องห้ามคนต่างด้าว ตามคดีพิเศษที่ 54/2563 สืบเนื่องจากดีเอสไอได้รับเบาะเเสว่า มีกลุ่มคนจีนเข้ามาถือสัญชาติไทย โดยการสวมสิทธิ์เป็นคนไทย ในพื้นที่ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย จำนวน 255 รายชื่อ

พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบรายชื่อผู้ต้องสงสัยทั้งหมด 255 ราย พบความผิดปกติ 9 ราย หนึ่งในนั้นคือนายอาเปา แซ่เซิน อายุ 32 ปี ชาวจีนที่ได้สัญชาติไทย โดยไปขอออกบัตรที่ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2558 หลังจากได้สัญชาติแล้ว นายอาเปาได้ทำการเปิดบริษัทขึ้นมา 4 แห่ง เพื่อดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ และผลผลิตทางการเกษตร ประกอบด้วย 1.บริษัท 10 พลัส 1 กรุ๊ป จำกัด ประกอบธุรกิจขายส่งข้าวและผลิตภัณฑ์ที่ได้จากโรงสีข้าว ต้องห้ามตามบัญชี 3 (13)2.บริษัท อัมรินทร์ จีทีไอ จำกัด ประกอบธุรกิจซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นของตนเอง เพื่อการพักอาศัย ต้องห้ามตามบัญชี 1 (9)3.บริษัท ดียี่ เน็ทเวิร์ค เทคโนโลยี จำกัด ประกอบธุรกิจก่อสร้างอาคารที่ไม่ใช่ที่พักอาศัย ต้องห้ามตามบัญชี 3 (10) 4.บริษัท ไถ่ซี่ พัฒนา กรุ๊ป จำกัด ประกอบธุรกิจให้เช่าสังหาริมทรัพย์ทุกชนิด เป็นนายหน้าตัวแทนเช่าซื้ออสังหาริมทรัพย์ ต้องห้ามตามบัญชี 1(9) บัญชี 3 (11) นอกจากนี้ยังพบว่าบริษัททั้ง 4 แห่งมีสินทรัพย์รวมกันเกิน 3,600 ล้านบาท ซึ่งเป็นการดำเนินธุรกิจต้องห้ามโดยมีลักษณะที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ

ด้าน ร.ต.อ.วิษณุ ฉิมตระกูล ผู้อำนวยการกองคดีความมั่นคง เปิดเผยว่า จากการขยายผลตรวจสอบที่ตั้งของบริษัททั้ง 4 แห่ง พบว่าบริษัทที่ 1-3 ไม่มีที่อยู่จริงตามที่แจ้งไว้ ดีเอสไอจึงขอหมายค้นเข้าตรวจสอบบริษัทแห่งที่ 4 คือบริษัทไถ่ซี่ ตั้งอยู่ที่อาคารเลอคองคอร์ด ถนนรัชดาภิเษก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ ซึ่งมี "นาย อ." สัญชาติลาว เป็นผู้ถือหุ้นร้อยละ 49 แต่เมื่อไปตรวจสอบพบเพียงเอกสารบางส่วน กับพนักงานคนไทยไม่กี่คน ซึ่งไม่ใช่เจ้าของที่แท้จริง คาดว่าเป็นกลุ่มขบวนการคนต่างด้าวที่ใช้นอมินีคนไทยถือหุ้นแทนนอกจากนี้ ดีเอสไอยังพบความเชื่อมโยงระหว่าง "นาย อ." กับนายอาเปา คือหลังจากนายอาเปาได้สัญชาติไทยเมื่อปี 2558 ต่อมาในปี 2559 "นาย อ." ได้โอนหุ้นบริษัทไถ่ซี่เกือบทั้งหมดให้กับนายอาเปา อีกทั้งช่วงเวลาเดียวกันนายอาเปายังได้จดทะเบียนบริษัทก่อสร้างมารองรับ ซึ่งมีพฤติการณ์ต้องสงสัยว่า บริษัทไถ่ซี่น่าจะเป็นนายทุนให้นายอาเปา นอกจากนี้ยังพบว่าบริษัทไถ่ซี่ยังทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่พัทยาอีกจำนวนมาก

ข่าวล่าสุด