เนชั่นทีวี

ข่าว

"สมศักดิ์"แจงกมธ.เล็งปลดล็อกกระท่อมพ้นยาเสพติด

15 ก.ค. 2563 | anuphan_cha

"สมศักดิ์"แจงกมธ.เล็งปลดล็อกกระท่อมพ้นยาเสพติด

รมว.ยุติธรรมแจงกมธ.กฎหมายเตรียมปลดล็อกกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด ชี้มีประโยชน์ทางการแพทย์-เป็นทางเลือกใหม่เกษตรกรปลูกขายส่งออกสร้างรายได้ และยังให้โทษน้อยกว่ากัญชา ย้ำต้องมีกลไกควบคุมการเพาะไม่ให้เหมือนปลูกยางพารา จนทำราคาร่วง

(15 กรกฎาคม 2563) คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กรุงเทพ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธาน กมธ. ได้เชิญ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม เข้าชี้แจงการปรับสถานะพืชกระท่อมออกจากยาเสพติด ตามร่าง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ...
โดยนายสมศักดิ์ กล่าวว่า พยายามทำงานเพื่อเป็นประโยชน์ประเทศชาติและประชาชน ซึ่งการปรับพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดนั้น เรื่องนี้ได้มีโอกาสสัมผัสกับประชาชน โดยเฉพาะคนภาคใต้ที่หวังจะใช้เป็นประโยชน์ได้ เพราะพืชกระท่อมมีสารไมตราเจนีน ที่เป็นสารทดแทนมอร์ฟีน และสารเซเว่นไฮดรอกซี ที่สามารถเพิ่มกำลังให้ผู้บริโภค ซึ่งจะสามารถเป็นทางเลือกของเกษตรกรและสามารถส่งออกได้
ทั้งนี้ หากศึกษาและทำอย่างถูกต้องผ่านการควบคุมอย่างมีคุณภาพ ประเทศและประชาชนจะได้ประโยชน์อย่างมาก แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา มีการสนับสนุนให้มีการปลูกยางพาราทั่วประเทศ โดยเฉพาะภาคอีสาน จนทำให้มีการปลูกมากเกินไป และไม่ได้มีการศึกษาจนเกิดปัญหา ดังนั้น ในพืชกระท่อมนี้จึงพยายามทำให้เกิดความชัดเจนในการเพาะปลูก ต้องมีการศึกษาความต้องการของตลาดด้วย เพื่อให้กลไกต่างๆไม่เสียหายจนราคาตกต่ำ

"บางประเทศมีการนำเข้าพืชกระท่อม แต่ก็ยังมีกฎหมายควบคุม หากเราจะทำการส่งออก ก็ต้องมีการศึกษากฎหมายของประเทศต่างๆควบคู่ไปด้วยอย่างละเอียด ในอดีตตามตำราแพทย์แผนไทย มีการนำพืชกระท่อมไปใช้เป็นยารักษาโรคได้หลายอย่าง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งการแพทย์และเกษตรกรผู้ปลูก" นายสมศักดิ์ กล่าว
นอกจากนี้ จากกระบวนการนำพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดนั้น ทางกระทรวงยุติธรรมได้เริ่มยกร่าง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ตั้งแต่เดือน ม.ค. 2563 และเร่งดำเนินการเรื่อยมาจนผ่านการเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และส่งต่อให้ทางคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา ตั้งแต่วันที่ 11 มี.ค. แต่ด้วยสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทำให้การพิจารณาเป็นไปได้ช้า
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ร่างดังกล่าวใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว คาดว่าภายในเดือนหน้า จะสามารถนำเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาได้ โดยขณะนี้ได้มีการเตรียมนำร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนควบคู่ไปด้วยด้วย
"กระท่อมถูกระบุเป็นยาเสพติดตั้งแต่ พ.ศ.2486 เพราะรัฐบาลขณะนั้นต้องการเก็บภาษีฝิ่น เลยระงับไม่ให้คนเสพกระท่อม เป็นเหตุผลทางการค้าและการเมือง ซึ่งจากผลการศึกษาโทษของกระท่อมมีน้อยมาก แต่กลับมีประโยชน์ทางการแพทย์หลายอย่าง และเราสามารถนำไปปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจได้ นี่จึงเป็นเหตุผลให้ต้องปรับกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด" รมว.ยุติธรรม ระบุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กมธ.ส่วนใหญ่ภายหลังจากได้รับฟังการชี้แจง ต่างเห็นด้วยกับแนวทางการปลดล็อกกระท่อม ออกจากบัญชียาเสพติด แต่ยังมีข้อสงสัยว่าสามารถนำกฎหมายกระท่อม ไปรวมกับกฎหมายปลดล็อกกัญชาได้หรือไม่ และจะมีแนวทางอย่างไรให้ประชาชนได้ประโยชน์จริงๆ เพราะเกรงว่าประชาชนธรรมดาจะเข้าไม่ถึง กลายเป็นธุรกิจเฉพาะกลุ่ม
นายสมศักดิ์ ชี้แจงว่า กระท่อมถือเป็นพืชที่มีผลเสียน้อยมาก น้อยกว่ากัญชาหลายเท่าตัว ดังนั้น จึงเริ่มจากพืชที่มีผลน้อยที่สุดก่อน แม้จะมีผลเสียน้อยก็ยังปลดล็อกได้ยาก ทั้งๆที่พยายามติดตามอย่างใกล้ชิด ซึ่งหากนำไปรวมกับกัญชา คงจะทำได้ยากกว่านี้อีก จึงควรเริ่มที่กระท่อมอย่างเดียวก่อน ส่วนเรื่องมาตรการที่จะทำให้ประชาชนได้ประโยชน์ ได้มีการศึกษากลไกตลาดอย่างรอบครอบ ซึ่งมาตรการต่างๆที่ออกมาให้ประชาชนได้ประโยชน์อย่างแท้จริงแน่นอน

ข่าวล่าสุด