พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า า ่โครงการขุดบ่อเติมน้ำใต้ดิน สำหรับบ่อบาดาลน้ำตื้นนำร่องพื้นที่ลุ่มใน อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก โดยในปีงบประมาณ 2563 มีเป้าหมายขุดบ่อสำหรับเติมน้ำใต้ดิน 500 บ่อ กระจายอยู่ทุกตำบลของอำเภอบางระกำ ขณะนี้ดำเนินการขุดเสร็จแล้ว 300 บ่อ แล้ว ถือว่าเป็นโครงการที่สามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำได้ และสามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ในใต้ดิน โดยอยากให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการกักเก็บน้ำ หากมีฝนตกลงมาก็ให้เก็บไว้ ขณะที่เหลือก็สามารถเก็บไว้ใต้ดินได้ ซึ่งประชาชนไปขุดเจาะหรือ ดำเนินการเองได้ เพียงแต่เพิ่มระมัดระวังในการทำบ่อน้ำใต้ดิน อย่าให้ลึกเกินไป เพื่อป้องกันอันตรายที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งไม่อยากให้ประชาชนเมื่อขาดแคลนน้ำแล้ว จะต้องมารวมตัวกันขอน้ำ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่การแก้ไขปัญหา
หลังจากนั้นรองนายกรัฐมนตรี ให้กับสัมภาษณ์ กับสื่อมวลชน ว่าขอความให้ประชาชนได้ตระหนักของการใช้น้ำอย่างมีคุณค่า ซึ่งการกักเก็บน้ำไว้ใช้นั้นก็ถือว่าเป็นธนาคารน้ำใต้ดิน ยามฤดูแล้ง ก็สามารถสูบมาใช้ทางการเกษตร ได้ ขณะที่ผู้สื่อข่าวถามว่า การผันน้ำจากเขื่อนมาสู่ภาคกลาง ที่กำลังเดือดร้อนในขณะนี้ได้มีการแก้ไขปัญหาอย่างไร รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้ตนได้สั่งการให้กรมชลประทาน ให้ผันน้ำจากสุพรรณบุรี ไปอ่างทอง เพื่อช่วยแก้ไขหาเป็นการเบื้องต้น
นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ยังได้เดินทางมาติดตามในจุดที่ 2 ตรวจการทำงานของโครงการท่อระบายน้ำคลองแยงมุม หมู่ 10 ตำบลท่าช้าง อำเภอพรหมพิราม จังพิษณุโลก ซึ่งท่อระบายน้ำคลองแยงมุมนี้ จะรับน้ำจากคลองเมม จนถึง คลองบางแก้ว ซึ่งเป็นคลองที่เชื่อมต่อมาจากจุด YN-1 ที่รับน้ำมาจากแม่น้ำน่าน บริเวณเหนือเขื่อนนเรศวร จะเชื่อมโยงไปยังคลองหลายสาย ในพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งบางระกำ ตามโครงการบางระกำโมเดล โดยท่อระบายน้ำคลองแยงมุมนี้ สามารถระบายน้ำเข้าและออกจาก แก้มลิงทุ่งครุก็ได้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนในพื้นที่ได้ทั้งช่วงน้ำหลาก และภัยแล้ง หากประสบภัยแล้งก็จะส่งน้ำเพื่อนำน้ำไปใช้เพื่อทำการเพาะปลูกข้าว และพืชอื่น ๆ และยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำทั้งเข้าและออก ได้สะดวกมากยิ่งขึ้นด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้ ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทานได้ให้ข้อมูลต่อ รองนายกรัฐมนตรีอย่างละเอียด และจากนั้นได้พบปะกับผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ แล้วร่วมปล่อยปลา ลงในแหล่งน้ำธรรมชาติ
ขณะที่ระหว่างรองนายกรัฐมนตรี กำลังจะถ่ายภาพกับผู้นำท้องถิ่นบนเวที นั้น ได้มีนายนพพล เหลืองทองนารา ส.ส.พิษณุโลก ส.ส.เขต 2 อำเภอพรหมพิราม พรรคเพื่อไทย ได้เดินทางที่นั่งฟังหน้าเวที ไปยืนและก้มลงกราบ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อพูดถึงปัญหาการปล่อยน้ำทางการเกษตรจับใจความว่า น้ำที่อำเภอพรหมพิรามไม่มี หากไปดูอีกฝั่งตรงข้ามกับแม่น้ำ และบอกว่า กราบขอความช่วยเหลือจากท่าน จากนั้น ก็ เตรียมคุกเข่าก้มลงกราบอีกครั้ง แต่ทหารติดตามได้ห้ามไว้และพาตัวออกไปข้างนอก
หลังจากนั้นนายนพพล ได้พูดคุยกับผู้สื่อข่าวว่า ทุ่งนาสีเขียวนี้มันไม่ใช่ ท่านลองลงไปฝั่งตรงข้ามซิครับ ไม่มีใครเพาะปลูกเลย เนื่องจากไม่มีน้ำ แถวหมู่ 1 ต.ท่าช้าง เหตุที่ต้องก้มกราบ ก็เพราะ เป็นตัวแทนของชาวบ้าน อยากให้ท่านเมตตาช่วยชาวบ้านด้วย เรื่องที่ท่านฯบอกว่า น้ำอุดมสมบูรณ์ มันไม่ใช่ ซึ่งผู้สื่อข่าวถามว่า ความเป็นจริงเป็นอย่างไร ในพื้นที่ ชาวนาเพิ่งทำนากันเอง บางพื้นที่ก็ยังปลูกไม่ได้ เพราะไม่มีน้ำ เราต้องหว่านข้าว ตามดินแห้งๆ แล้วก็รอพระพิรุณ อย่างเดียว หลังบ้านผม ดินยังปลูกไม่ได้เลย ถามว่า ทำไมต้องกราบท่านประวิตร นายนพพลก็บอกว่า เราคนไทย ครับ