เนชั่นทีวี

ข่าว

"สมศักดิ์"ตั้งอนุกรรมการศึกษาใช้กำไล EM

15 ก.ค. 2563 | anuphan_cha

"สมศักดิ์"ตั้งอนุกรรมการศึกษาใช้กำไล EM

"รมว.ยุติธรรม"สั่งตั้งกรรมการศึกษาการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว เพื่อหาข้อดี-เสีย ก่อนนำไปใช้จริง เพื่อลดแออัดนักโทษในเรือนจำรวมถึงรายจ่าย ก่อนคืนคนสู่สังคมให้มีงานตามปกติ

(16 กรกฎาคม 2563) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวตอนหนึ่งระหว่างเป็นประธานการประชุมผู้บริหารกระทรวง เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ที่ผ่านมาว่า ส่วนตัวได้ตั้งคณะอนุกรรมการศึกษาการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว หรือ Electronic Monitoring : EM เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารความจุผู้ต้องขัง และการควบคุมผู้ต้องขังออกทำงานนอกเรือนจำ โดยมีนายวิทยา สุริยะวงค์ รองปลัดกระทรวง เป็นประธานอนุกรรมการ นายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต อธิบดีกรมคุมประพฤติ เป็นรองอนุกรรมการ


ทั้งนี้ อำนาจหน้าที่ของกรรมการชุดนี้ คือ 1.ศึกษากระบวนการ รูปแบบ การบริหารจัดการ ตลอดจนความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว Electronic Monitoring : EM 2.นำข้อมูลที่ได้จากการศึกษาในข้อที่ 1. มาวิเคราะห์ ประมวลผล กำหนดรูปแบบดำเนินการและวางแนวทางการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวในสถานการณ์ต่างๆ และคำนึงถึงการลดความแออัดของผู้ต้องขังในเรือนจำการบริหารความจุผู้ต้องขัง ประเภทฐานความผิด


นอกจากนี้ พฤติกรรมขณะอยู่ในเรือนจำของกลุ่มเป้าหมาย ประสิทธิภาพและความคุ้มค่าของการใช้อุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์โดยความร่วมมือระหว่างกรมคุมประพฤติและกรมราชทัณฑ์ 3.จัดทำแผนบริหารจัดการอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว ด้านความคุ้มค่า การคิดต้นทุนการใช้งาน การคาดการณ์และสนับสนุนงบประมาณต่อการดำเนินงานในอนาคต รวมถึงการกำหนดหลักเกณฑ์ค่าใช้จ่าย เกี่ยวกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว การใส่และถอดอุปกรณ์ รวมถึงการกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ถูกคุมประพฤติรับผิดชอบค่าใช้จ่ายบางส่วนจากการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว


อย่างไรก็ตาม เพื่อกำหนดแผนดำเนินงานและการจัดสรรงบประมาณต่อไป 4.นำเสนอหลักเกณฑ์กระบวนการที่สอดคล้องกับหลักกฎหมายในการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงกฎระเบียบ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และจากนี้คณะอนุกรรมการชุดดังกล่าว ต้องไปขอศาลอาญาเพื่อเข้าไปศึกษา ถึงข้อดี ข้อเสีย ระบบการติดตามตัวว่าเป็นอย่างไร เพราะเมื่อเอามาใช้จริงจะได้ตัดปัญหาที่ขัดข้องออกไป


"ผมให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาก เพราะถือเป็นนโยบายของผมที่ต้องการลดความแออัดในเรือนจำ ผมไม่ต้องการสร้างเรือนจำเพิ่มเพื่อลดความแออัด แต่ผมจะทำวิธีนี้ เพื่อให้คนกลับสู่สังคมและมีงานทำตามชีวิตปกติ และผมต้องการลดรายจ่ายในการดูแลผู้ต้องขังลง เพื่อจะได้นำเงินตรงส่วนนี้ไปทำประโยชน์ด้านอื่น" รมว.ยุติธรรม กล่าว


ขณะเดียวกัน การประชุมดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกที่ให้รองอธิบดีของทุกกรมมาประชุมแทนอธิบดีจนถึงวันที่ 30 ก.ย. โดยนายสมศักดิ์ ขอให้รองอธิบดีทุกคนที่เข้าร่วมกล้าพูดกล้าแสดงวิสัยทัศน์ เพราะวันหนึ่งทุกคนมีโอกาสเป็นอธิบดีเช่นกัน ต้องเรียนรู้การบริหารงาน ดูภาพรวมของกรมให้ออกว่า ภารกิจใดเป็นเรื่องของสังคมและประชาชน ที่กระทรวงยุติธรรมจะช่วยแก้ไขและพัฒนา ซึ่งการวางแผนงานต้องละเอียดรอบคอบ ไม่ใช่ทำงานไปแล้วต้องมาสะดุดจนงานนั้นล่าช้า ดังนั้น ขอให้ทุกคนตั้งใจทำหน้าที่ เพราะให้โอกาสกับทุกคนที่ขยันทำงาน


ทั้งนี้ เมื่อเข้าสู่วาระการประชุมได้มีการรายงานความคืบหน้าจากกรมต่างๆ อาทิ เรื่องการจัดทำร่างกฎหมาย Value based confiscation ในการยึดทรัพย์ยาเสพติด ตามมูลค่า ขณะที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยังได้สรุปการดำเนินงาน เช่น การรับคดีอาหารเสริมอ้างสรรพคุณเกินจริงเป็นคดีพิเศษ รวมถึงการชี้แจงต่อสังคมกรณี "วันเฉลิม" และการตรวจค้นบริษัทลักลอบนำเข้าเนื้อวัวหรือซากวัวจากต่างประเทศ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากกราปศุสัตว์ เป็นต้น

ข่าวล่าสุด