โดยนอกจากผู้คนจะแห่เดินทางมากราบไหว้ขอพระไอ้ไข่วัดเจดีย์ ภายในวัดเจดีย์ยังมีต้นตะเคียนยักษ์ยืนต้นตาย หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า "ตะเคียนตายพรายW ซึ่งเชื่อกันว่ามีวิญญาณเจ้าแม่ตะเคียนสิงสถิตอยู่ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านกราบไหว้บูชาคู่กันกับรูปปั้นไอ้ไข่ โดยเฉพาะยิ่งใกล้วันหวยออกทั้งชาวบ้านและคอหวยจากทั่วทุกสารทิศแห่กันมากราบไหว้ไอ้ไข่และใช้แป้งทาลูบหาเลขเด็ดจากท่อนตะเคียนตายพราย เพื่อขอเลขเด็ดไม่ขาดสายตลอดทั้งวันซึ่งต่างก็ได้เลขเด็ดกันไปต่าง ๆ นา ๆ ตามความเชื่อและโชคลาภของแต่ละคน
"อย่างไรมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศจำนวนหลายรายที่เคยเดินทางมาบนบานไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ ได้ถือโอกาสเข้ากราบนมัสการพระครูพุทธเจติยาภิมณฑ์ หรืออาจารย์แว่น เจ้าอาวาสวัดเจดีย์(ไอ้ไข่) ซึ่งเจ้าอาวาสจะออกมานั่ง ในศาลาโรงธรรมข้างโบสถ์เพื่อต้อนรับและสั่งเกตุการณ์ อำนวยการการให้บริการประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด โดยผู้คนต่างแปลกใจที่ภายในศาลาโรงธรรมดังกล่าวมีไก่แจ้ตัวหนึ่ง เพศผู้ อายุประมาณ 5-6 ปี สีแดงสลับดำ มีหงอนสีแดง ขนาดใหญ่ เดือย 2 ข้างแหลมและยาวกว่า 1 นิ้ว จะเดินเล่นวนเวียนอยู่ในศาลโรงธรรมและมักจะเดินตามพระครูพุทธเจติยาภิมณฑ์ หรือ"พระอาจารย์แว่น"ไม่ยอมห่างและไม่มีท่าทีตื่นกลัวผู้คนแม้แต้น้อย"
พระครูพุทธเจติยาภิมณฑ์ หรืออาจารย์แว่น เจ้าอาวาสวัดเจดีย์(ไอ้ไข่) กล่าวว่า คาดว่าเจ้าไก่แจ้ตัวดังกล่าวเป็นไก่แจ้ที่มีคนนำมาแก้บนแล้วปล่อยไว้ในวัด มันจึงเข้ามาอาศัยอยู่ในศาลาโรงธรรมข้างโบสถ์แห่งนี้ เท่าที่ตรวจสอบพบว่ามันค่อยข้างจะคุ้ยเคยกับผู้คน ไม่แตกตื่นตกใจแม้ในแต่ละจะมีผู้คนเดินทางเข้ามาในวัดจำนวนมาก เชื่อว่าเดิมทีเจ้าไก่แจ้ตัวนี้เจ้าของเดิมคงเลี้ยงไว้สำหรับการขึ้นราวแข่งขันและน่าจะเคยลงสนามแข่งขันมาแล้วหลายครั้ง เพราะที่ขาขวายังมีเชือกถักบ่วงผูกติดอยู่ อาตมาจึงอนุญาตให้มันอาศัยอยู่ตามประสาของมันมานาน 4-5 ปีแล้ว แม้มันจะเดินพ่านพ่านไปทั่วแต่ก็ไม่สร้างความเดือดร้อนหรือส่งผลกระทบกับนักท่องเที่ยวเลย มันน่ารักอีกต่างหาก รูปร่างรูปทรงและสีสันต์สวยสง่าดูน่าเกรงขาม